แปลภาษา (Translate)

โฆษณาของyengo

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

[Software Developer] Borland C++ Compiler

Turbo C


Turbo C 2.0
https://drive.google.com/file/d/0B7RQ8uLiRQiVNTNwLTROdE1YMXM/edit?usp=sharing

Borland Turbo C++ 2.0
https://drive.google.com/file/d/0B7RQ8uLiRQiVU3d4Y09VNkJYWnM/edit?usp=sharing
DOS Box
http://www.dosbox.com/download.php?main=1
วิธีใช้งาน
1. แตกไฟล์แล้วนำไฟล์เก็บไว้ที่ C:\TC
2. เปิดโปรแกรม DOSBox แล้วพิมพ์ mount x c:\tc กด Enter
3. พิมพ์ x: กด Enter
4. พิมพ์ cd bin กด Enter
5. พิมพ์ tc กด Enter
6. เมื่อเข้าสู่โปรแกรมให้เข้าไปที่ option > directory > เปลี่ยนไดร์ฟ C เป็นไดร์ฟ X และแก้ไขตำแหน่งที่อยู่ไฟล์ให้ถูกต้อง

Borland Turbo C++ 3.0
http://www.mediafire.com/download/x3k5k6z7unonnou
https://drive.google.com/file/d/0B7RQ8uLiRQiVZkpqdENPWTNGT1U/edit?usp=sharing
DOS Box
http://www.dosbox.com/download.php?main=1
วิธีใช้งาน
1. แตกไฟล์แล้วติดตั้งไว้ที่ C:\TC
2. เปิดโปรแกรม DOSBox แล้วพิมพ์ mount x c:\tc กด Enter
3. พิมพ์ x: กด Enter
4. พิมพ์ cd bin กด Enter
5. พิมพ์ tc กด Enter
6. เมื่อเข้าสู่โปรแกรมให้เข้าไปที่ option > directory > เปลี่ยนไดร์ฟ C เป็นไดร์ฟ X และแก้ไขตำแหน่งที่อยู่ไฟล์ให้ถูกต้อง
วิธีใช้งาน2
mount c: x:\
c:
cd tc
install
mount c: x:\
c:
cd tc
cd bin
tc

Borland Turbo C++ 3.0
https://drive.google.com/file/d/0B7RQ8uLiRQiVOENPVDl0bUItXzQ/edit?usp=sharing
Microsoft Visual C++ Redistributable
https://drive.google.com/file/d/0B7RQ8uLiRQiVSWkxejlQT25HVTA/edit?usp=sharing

Borland Turbo C++ 3.1
http://talentirosit.ro/download/bc31.rar

Borland Turbo C++ 4.5
https://drive.google.com/file/d/0B7RQ8uLiRQiVSk4xZnRkSEZhR0E/edit?usp=sharing
* หากต้องการลบแล้วหาตัว uninstall ไม่เจอให้ลบ folder และ shortcut เลย หากลบโฟลเดอร์ไม่ได้เนื่องจากมีโปรเซสทำงานอยู่ให้ใช้โปรแกรม unlocker หยุดการทำงานของโปรเซสนั้นก่อน แล้วไปลบที่ registry ที่เกี่ยวข้องของโปรแกรม

Borland Turbo C++ 5.02
http://www.4shared.com/rar/o8bYoUVI/borland_c_502.html
http://www.4shared.com/file/3vIalUgF/Borland_C_502_for_Windows.html?locale=th
https://drive.google.com/file/d/0B7RQ8uLiRQiVRjdYbS1NaWVQUkU/edit?usp=sharing

Borland C++ Compiler 5.5
http://edn.embarcadero.com/article/21205
http://www.4shared.com/file/wuRd38Kn/borland_c_compiler__55.htm
http://www.4shared.com/rar/wuRd38Kn/Borland_C_?locale=th
http://www.4shared.com/file/tlzgdD6l/c_compiler_55_-_free_command_l.htm?locale=th
EditPlus
http://www.editplus.com/
คู่มือการใช้งาน
https://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/156/
http://www.chainat.ac.th/~sompot/images/article_img/cpp/cpp02.pdf

Borland C++ Compiler 5.5
http://edn.embarcadero.com/article/21205
http://adf.ly/qfP3y
Crimson Editor
http://www.crimsoneditor.com
คู่มือการใช้งาน
http://www.it.bru.ac.th/it_cgi_script/get_File_it.php?FileName=crimson_doc_it_art.pdf&PublicIdentifyit=itDwFileArticle

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

[Website] Multimedia & Entertainment

เว็บไซต์ให้ความบันเทิง (Entertainment Website)

Video Clip

Music Talent

[Website] Free Online Storage

Free Online Storage


Mega
https://mega.co.nz

MediaFire
https://www.mediafire.com

4Shared
http://www.4shared.com

Sky Drive / One Drive
https://onedrive.live.com

Google Drive
https://drive.google.com

Dropbox
https://www.dropbox.com

VIIVO
http://viivo.com

SpiderOak
https://spideroak.com

FlipDrive
http://www.flipdrive.com

Dev-Host
http://d-h.st

รายชื่อบริษัทที่ผลิตหน่วยประมวลผลกลาง

รายชื่อบริษัทที่ผลิต CPU
Intel

AMD

Nvidia (Processor ที่โด่งดัง Nvidia Tegra X1 มี GPU ที่มีเทคโนโลยี Cuda ที่ช่วย CPU ประมวลผล เปรียบเสมือน Co Processor)

IBM

Qualcomm

ARM

GlobalFoundries

Oracle

Sun Microsystems
ขายกิจการให้ Oracle ไปแล้ว

Tilera

IDT (Processor ที่โด่งดัง WinChip3 266 MHz Socket Super 7)

VIA

Cyrix (Processor ที่โด่งดัง Cyrix MediaGXm 266 MHz)
ได้รวมกับ National Semiconductor ต่อมาได้ขายกิจการให้ VIA Technologies รับช่วงต่อแทน

Transmeta (Processor ที่โด่งดัง Transmeta Efficeon)
ขายให้ Novafora

Samsung Electronics

Marvell

Freescale Semiconductor

STI (Sony, Toshiba, IBM เป็นการรวมตัวกันผลิตหน่วยประมวลผล Cell Processor)

Rise Technology (Processor ที่โด่งดัง mP6 266MHz Socket 7)

National Semiconductor (Processor ที่โด่งดัง Geode GX1-333B 333 MHz)
เข้ายึดโดย Texas Instruments

TI : Texas Instruments

NexGen (Processor ที่โด่งดัง Nexgen NX586 P120 111 MHz)

C&T : Chips and Technologies (Processor ที่โด่งดัง 386sx)
ขายต่อให้ Intel แล้ว

UMC (Processor ที่โด่งดัง UMC U5SX 40 MHz)


NEC (Processor ที่โด่งดัง Nec V20 D701080-8 8 MHz)

Motorola

BAE Systems


วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

[Information Technology] จริยธรรมทางคอมพิวเตอร์

จริยธรรมทางคอมพิวเตอร์


    จริยธรรมในสังคมสารสนเทศ (Ethics In An Information Society) คือ เรื่องเกี่ยวกับทางเลือกของบุคคล เมื่อต้องเผชิญในการปฏิบัติ และหลักเกณฑ์ที่ประชาชนตกลงร่วมกันเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าอะไรเป็นทางเลือกที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรม
แนวคิดเกี่ยวกับจริยธรรมสารสนเทศ

ตัวอย่างของการกระทำที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม
  • การใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่นให้เกิดความเสียหายหรือก่อความรำคาญ
  • การใช้คอมพิวเตอร์ในการขโมยข้อมูล
  • การเข้าถึงข้อมูลหรือคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์


แนวคิดเกี่ยวกับจริยธรรมสารสนเทศ
    นอกจากกฎหมายจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบสารสนเทศ และส่งเสริมให้มีการใช้สารสนเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในระบบสารสนเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการจัดการข้อมูลต่างๆ ได้เพิ่มความเสี่ยงภัยต่อข้อมูลและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น เช่น การขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น การนำข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นไปเปิดเผยหรือนำไปใช้ในทางที่มิชอบ เหล่านี้เป็นต้น กลไกที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการใช้สารสนเทศให้ปลอดภัย และให้สังคมเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยก็คือ การปลูกฝังจริยธรรมและสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม โดยการกำหนดแนวทางในการผลิตและการจัดเก็บสารสนเทศ รวมถึงการเผยแพร่และการนำสารสนเทศไปใช้อย่างถูกต้อง เพื่อไม่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ดังรายละเอียดต่อไปนี้
  • ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นลักษณะเฉพาะของบุคคล และเป็นองค์ประกอบหลักในการกระทำในด้านจริยธรรม ความรับผิดชอบ การยอมรับในเรื่องค่าใช้จ่าย หน้าที่การงาน ความรับผิดชอบที่ต้องเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
  • ภาระหน้าที่ (Accountability) เป็นลักษณะของระบบและสถาบันทางสังคม ซึ่งเป็นกลไกที่เป็นตัวกำหนดว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการกระทำ ระบบและสถาบันที่อยู่ในสภาพที่หาคนรับผิดชอบไม่ได้ ก็จะเป็นการยากที่จะวิเคราะห์ด้านจริยธรรม
  • ภาระความรับผิด (Liability) เป็นลักษณะของระบบทางการเมือง หมายถึงข้อกำหนดตามกฎหมายที่ให้บุคคลชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่น รวมถึงระบบ และองค์การด้วย
  • กระบวนการในการยื่นอุทธรณ์ (Due process) เป็นลักษณะที่เกี่ยวข้องกับสังคมที่ใช้กฎหมายในการปกครอง หมายถึงกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกใช้จนเป็นที่รู้จัก และเป็นขบวนการตามขั้นตอนที่ทำให้บุคคลสามารถยื่นอุทธรณ์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อตรวจสอบว่าได้มีการใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง

แนวความคิดทั้งหมดนี้ใช้ในการสร้างกรอบ หรือเกณฑ์ในการวิเคราะห์ระบบสารสนเทศทางด้านจริยธรรม ซึ่งสามารถแบ่งการศึกษาออกได้ดังนี้
  • จะศึกษาเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ (IS : Information Systems) ขององค์กร สถาบัน และบุคคล ซึ่งเป็นตัวเผยแพร่เทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • จะศึกษาเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นกับสถาบันองค์การ และ บุคคลที่ใช้เทคโนโลยี การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT : Information Technology) ในท่าทีที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งหมายถึง การที่สามารถรับผิดชอบในการกระทำ
  • จะศึกษาว่าสังคม การเมือง บุคคล และกลุ่มอื่น ๆ สามารถแก้ไขข้อเสียหายทางจริยธรรมที่เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยผ่านขบวนการในการยื่นอุทธรณ์ได้ (Due process)

ประเด็นเกี่ยวกับจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) คือ การเก็บรวบรวม การเก็บรักษา และการเผยแพร่ ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับปัจเจกบุคคล
  • ความถูกต้องแม่นยำ (Information Accuracy) ได้แก่ ความถูกต้องแม่นยำของการเก็บรวบรวมและวิธีการปฏิบัติกับข้อมูลสารสนเทศ
  • ความเป็นเจ้าของ (Intellectual Property) คือ กรรมสิทธิ์และมูลค่าของข้อมูลสารสนเทศ (ทรัพย์สินทางปัญญา)
  • การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) คือ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศได้และการจ่ายค่าธรรมเนียมในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ

กฏหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
    • กฏหมายเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
    • กฏหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
  • กฏหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  • กฏหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
  • กฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • กฎหมายลำดับรอง รัฐธรรมนูญ มาตรา 78 หรือกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

รูปแบบอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  • การขโมยข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งรวมถึงการขโมยประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ
  • อาชญากรนำเอาระบบการสื่อสารมาปกปิดความผิดของตนเอง
  • การละเมิดสิทธิ์ปลอมแปรงรูปแบบ เลียนแบบระบบซอพต์แวร์โดยมิชอบ
  • ใช้คอมพิวเตอร์แพร่ภาพ เสียง ลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
  • ใช้คอมพิวเตอร์ฟอกเงิน
  • อันธพาลทางคอมพิวเตอร์ที่เช้าไปก่อกวน ทำลายระบบสาราณูปโภค เช่น ระบบจ่ายน้ำ จ่ายไป ระบบการจราจร
  • หลอกลวงให้ร่วมค้าขายหรือลงทุนปลอม
  • แทรกแซงข้อมูลแล้วนำข้อมูลนั้นมาเป็นประโยชน์ต่อตนโดยมิชอบ เช่น ลักรอบค้นหารหัสบัตรเครดิตคนอื่นมาใช้ ดักข้อมูลทางการค้าเพื่อเอาผลประโยชน์นั้นเป็นของตน
  • ใช้คอมพิวเตอร์แอบโอนเงินบัญชีผู้อื่นเข้าบัญชีตัวเอง
  • การขโมยหมายเลขบัตรเครดิต
  • การแอบอ้างตัว
  • การสแกมทางคอมพิวเตอร์
  • การเข้าถึงและการใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การก่อกวนหรือทำลายข้อมูล
  • การขโมยข้อมูลและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

อาชญากรคอมพิวเตอร์
    อาชญากรคอมพิวเตอร์ คือ ผู้กระทำผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนสำคัญ มีการจำแนกไว้ดังนี้
  •  พวกมือใหม่ (Novices) หรือมือสมัครเล่น อยากทดลองความรู้และส่วนใหญ่จะมิใช่ผู้ ที่เป็นอาชญากรโดยนิสัย มิได้ดำรงชีพโดยการกระทำผิด  อาจหมายถึงพวกที่เพิ่งได้รับความไว้วางใจให้เข้าสู่ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  • Darnged person คือ พวกจิตวิปริต ผิดปกติ มีลักษณะเป็นพวกชอบความรุนแรง และอันตราย มักเป็นพวกที่ชอบทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นบุคคล สิ่งของ หรือสภาพแวดล้อม
  • Organized Crime พวกนี้เป็นกลุ่มอาชญากรที่ร่วมมือกันทำผิดในลักษณะขององค์กรใหญ่ๆ ที่มีระบบ พวกเขาจะใช้คอมพิวเตอร์ที่ต่างกัน โดยส่วนหนึ่งอาจใช้เป็นเครื่องหาข่าวสาร เหมือนองค์กรธุรกิจทั่วไป อีกส่วนหนึ่งก็จะใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นตัวประกอบสำคัญในการก่ออาชญากรรม หรือใช้เทคโนโลยีกลบเกลื่อนร่องร่อย ให้รอดพ้นจากเจ้าหน้าที่
  • Career Criminal พวกอาชญากรมืออาชีพ เป็นกลุ่มอาชญากรคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่มาก กลุ่มนี้น่าเป็นห่วงมากที่สุด เนื่องจากนับวันจะทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจับผิดแล้วจับผิดเล่า บ่อยครั้ง
  • Com Artist คือพวกหัวพัฒนา เป็นพวกที่ชอบความก้าวหน้าทางคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน อาชญากรประเภทนี้จะใช้ความก้าวหน้า เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และความรู้ของตนเพื่อหาเงินมิชอบทางกฎหมาย
  • Dreamer พวกบ้าลัทธิ เป็นพวกที่คอยทำผิดเนื่องจากมีความเชื่อถือสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างรุ่นแรง
  • Cracker หมายถึง ผู้ที่มีความรู้และทักษะทางคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี จนสามารถลักลอบเข้าสู่ระบบได้ โดยมีวัตถุประสงค์เข้าไปหาผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง มักเข้าไปทำลายหรือลบไฟล์ หรือทำให้คอมพิวเตอร์ใช้การไม่ได้ รวมถึงทำลายระบบปฏิบัติการ
  • นักเจาะข้อมูล (Hacker) ผู้ที่ชอบเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น พยายามหาความท้าทายทางเทคโนโลยีเข้าไปในเครือข่ายของผู้อื่นโดยที่ตนเองไม่มีอำนาจ
  • อาชญากรในรูปแบบเดิมที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ เช่นพวกลักเล็กขโมยน้อยที่ พยายามขโมยบัตร ATM ของผู้อื่น
  • อาชญากรมืออาชีพ คนพวกนี้จะดำรงชีพจากการกระทำความผิด เช่นพวกที่มักจะใช้ ความรู้ทางเทคโนโลยีฉ้อโกงสถาบันการเงิน หรือการจารกรรมข้อมูลไปขาย เป็นต้น
  • พวกหัวรุนแรงคลั่งอุดมการณ์หรือลัทธิ มักก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เพื่อ อุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา หรือสิทธิมนุษย์ชน เป็นต้น 

ที่มา : http://www.no-poor.com/inttotocomandcomapp/et.htm

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ระบบสารสนเทศ

ระบบสารสนเทศ (Information System)

ระบบสารสนเทศคืออะไร

    ระบบสารสนเทศ (Information System) หมายถึง ระบบที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์  ระบบเครือข่าย  ฐานข้อมูล  ผู้พัฒนาระบบ ผู้ใช้ระบบ  พนักงานที่เกี่ยวข้อง และ ผู้เชี่ยวชาญในสาขา  ทุกองค์ประกอบนี้ทำงานร่วมกันเพื่อกำหนด  รวบรวม จัดเก็บข้อมูล  ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศ และส่งผลลัพธ์หรือสารสนเทศที่ได้ให้ผู้ใช้เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงาน การตัดสินใจ  การวางแผน  การบริหาร การควบคุม  การวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงานขององค์กร

    ระบบสารสนเทศ หมายถึง ชุดขององค์ประกอบที่ทำหน้าที่รวบรวม  ประมวลผล จัดเก็บ และแจกจ่ายสารสนเทศ เพื่อช่วยการตัดสินใจ และการควบคุมในองค์กร  ในการทำงานของระบบสารสนเทศประกอบไปด้วยกิจกรรม 3 อย่าง คือ การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input)  การประมวลผล (Processing)  และ การนำเสนอผลลัพธ์ (Output)  ระบบสารสนเทศอาจจะมีการสะท้อนกลับ(Feedback) เพื่อการประเมินและปรับปรุงข้อมูลนำเข้า  ระบบสารสนเทศอาจจะเป็นระบบที่ประมวลด้วยมือ(Manual) หรือระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ก็ได้ (Computer-based information system – CBIS) (Laudon & Laudon, 2001)
แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงระบบสารสนเทศ มักจะหมายถึงระบบที่ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์และระบบโทรคมนาคม

    ระบบสารสนเทศ  หมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูล และประมวลผลเป็นสารสนเทศ และระบบสารสนเทศเป็นระบบที่ต้องอาศัยฐานข้อมูล

    ระบบสารสนเทศ  หมายถึง ชุดของกระบวนการ บุคคล และเครื่องมือ ที่จะเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ  (FAO Corporate Document Repository, 1998)  ระบบสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็นระบบมือหรือระบบอัตโนมัติ หมายถึง ระบบที่ประกอบด้วย คน เครื่องจักรกล(machine)  และวิธีการในการเก็บข้อมูล   ประมวลผลข้อมูล  และเผยแพร่ข้อมูล ให้อยู่ในลักษณะของสารสนเทศของผู้ใช้
    Laudon & Laudon (2001)  ยังอธิบายว่าในมิติทางธุรกิจ ระบบสารสนเทศเป็นระบบที่ช่วยแก้ปัญหาการจัดการขององค์กร ซึ่งถูกท้าทายจากสิ่งแวดล้อม  ดังนั้นการใช้ระบบสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นที่จะต้องเข้าใจองค์กร(Organzations)   การจัดการ (management)  และเทคโนโลยี (Technology)

สรุปได้ว่า ระบบสารสนเทศ ก็คือ ระบบของการจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูล โดยอาศัยบุคคลและเทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินการ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสมกับงานหรือภารกิจแต่ละอย่าง



ประเภทของระบบสารสนเทศ

    ปัจจุบันจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร กับระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศชัดเจนมากขึ้น  และเนื่องจากการบริหารงานในองค์กรมีหลายระดับ  กิจกรรมขององค์กรแต่ละประเภทอาจจะแตกต่างกัน  ดังนั้นระบบสารสนเทศของแต่ละองค์กรอาจแบ่งประเภทแตกต่างกันออกไป

    ถ้าพิจารณาจำแนกระบบสารสนเทศตามการสนับสนุนระดับการทำงานในองค์กร จะแบ่งระบบสารสนเทศได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

ประเภทของระบบสารสนเทศ แบ่งตามการสนับสนุนระดับการทำงานในองค์กร

  • ระบบสารสนเทศสำหรับระดับผู้ปฏิบัติงาน (Operational – level systems)   ช่วยสนับสนุนการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในส่วนปฏิบัติงานพื้นฐานและงานทำรายการต่างๆขององค์กร เช่นใบเสร็จรับเงิน  รายการขาย  การควบคุมวัสดุของหน่วยงาน เป็นต้น  วัตถุประสงค์หลักของระบบนี้ก็เพื่อช่วยการดำเนินงานประจำแต่ละวัน และควบคุมรายการข้อมูลที่เกิดขึ้น
  • ระบบสารสนเทศสำหรับผู้ชำนาญการ (Knowledge-level systems)  ระบบนี้สนับสนุนผู้ทำงานที่มีความรู้เกี่ยวข้องกับข้อมูล   วัตถุประสงค์หลักของระบบนี้ก็เพื่อช่วยให้มีการนำความรู้ใหม่มาใช้ และช่วยควบคุมการไหลเวียนของงานเอกสารขององค์กร
  • ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (Management - level systems)  เป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยในการตรวจสอบ   การควบคุม การตัดสินใจ และการบริหารงานของผู้บริหารระดับกลางขององค์กร
  • ระบบสารสนเทศระดับกลยุทธ์ (Strategic-level system)   เป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยการบริหารระดับสูง ช่วยในการสนับสนุนการวางแผนระยะยาว  หลักการของระบบคือต้องจัดความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมภายนอกกับความสามารถภายในที่องค์กรมี เช่นในอีก 5 ปีข้างหน้า องค์กรจะผลิตสินค้าใด

ประเภทของระบบสารสนเทศ แบ่งปตามการสนับสนุนการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน และผู้บริหารระดับต่างๆ

  • ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing Systems - TPS)  เป็นระบบที่ทำหน้าที่ในการปฏิบัติงานประจำ ทำการบันทึกจัดเก็บ  ประมวลผลรายการที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน  โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานแทนการทำงานด้วยมือ ทั้งนี้เพื่อที่จะทำการสรุปข้อมูลเพื่อสร้างเป็นสารสนเทศ  ระบบประมวลผลรายการนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นระบบที่เชื่อมโยงกิจการกับลูกค้า ตัวอย่าง เช่น ระบบการจองบัตรโดยสารเครื่องบิน  ระบบการฝากถอนเงินอัตโนมัติ เป็นต้น  ในระบบต้องสร้างฐานข้อมูลที่จำเป็น  ระบบนี้มักจัดทำเพื่อสนองความต้องการของผู้บริหารระดับต้นเป็นส่วนใหญ่เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานประจำได้  ผลลัพธ์ของระบบนี้ มักจะอยู่ในรูปของ รายงานที่มีรายละเอียด  รายงานผลเบื้องต้น
  • ระบบสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation Systems- OAS)  เป็นระบบที่สนับสนุนงานในสำนักงาน หรืองานธุรการของหน่วยงาน ระบบจะประสานการทำงานของบุคลากรรวมทั้งกับบุคคลภายนอก หรือหน่วยงานอื่น  ระบบนี้จะเกี่ยวข้องกับการจัดการเอกสาร โดยการใช้ซอฟท์แวร์ด้านการพิมพ์  การติดต่อผ่านระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้นผลลัพธ์ของระบบนี้ มักอยู่ในรูปของเอกสาร  กำหนดการ  สิ่งพิมพ์ 
  • ระบบงานสร้างความรู้  (Knowledge Work Systems - KWS)  เป็นระบบที่ช่วยสนับสนุนบุคลากรที่ทำงานด้านการสร้างความรู้เพื่อพัฒนาการคิดค้น สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  บริการใหม่ ความรู้ใหม่เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงาน  หน่วยงานต้องนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนให้การพัฒนาเกิดขึ้นได้โดยสะดวก สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านเวลา คุณภาพ และราคา  ระบบต้องอาศัยแบบจำลองที่สร้างขึ้น  ตลอดจนการทดลองการผลิตหรือดำเนินการ ก่อนที่จะนำเข้ามาดำเนินการจริงในธุรกิจ  ผลลัพธ์ของระบบนี้ มักอยู่ในรูปของ สิ่งประดิษฐ์  ตัวแบบ  รูปแบบ เป็นต้น
  • ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ  (Management Information Systems- MIS)  เป็นระบบสารสนเทศสำหรับผู้ปฏิบัติงานระดับกลาง  ใช้ในการวางแผน  การบริหารจัดการ และการควบคุม  ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่ในระบบประมวลผลรายการเข้าด้วยกัน  เพื่อประมวลและสร้างสารสนเทศที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการบริหารงาน  ตัวอย่าง เช่น ระบบบริหารงานบุคลากร  ผลลัพธ์ของระบบนี้ มักอยู่ในรูปของรายงานสรุป  รายงานของสิ่งผิดปกติ
  • ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ  (Decision Support Systems – DSS)  เป็นระบบที่ช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจสำหรับปัญหา หรือที่มีโครงสร้างหรือขั้นตอนในการหาคำตอบที่แน่นอนเพียงบางส่วน  ข้อมูลที่ใช้ต้องอาศัยทั้งข้อมูลภายในกิจการและภายนอกกิจการประกอบกัน  ระบบยังต้องสามารถเสนอทางเลือกให้ผู้บริหารพิจารณา เพื่อเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์นั้น  หลักการของระบบ สร้างขึ้นจากแนวคิดของการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยการตัดสินใจ โดยให้ผู้ใช้โต้ตอบโดยตรงกับระบบ ทำให้สามารถวิเคราะห์ ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขและกระบวนการพิจารณาได้ โดยอาศัยประสบการณ์ และ ความสามารถของผู้บริหารเอง  ผู้บริหารอาจกำหนดเงื่อนไขและทำการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ไปจนกระทั่งพบสถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุด แล้วใช้เป็นสารสนเทศที่ช่วยตัดสินใจ  รูปแบบของผลลัพธ์ อาจจะอยู่ในรูปของ รายงานเฉพาะกิจ  รายงานการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจ  การทำนาย หรือ พยากรณ์เหตุการณ์
  • ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง  (Executive Information System - EIS)  เป็นระบบที่สร้างสารสนเทศเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทำหน้าที่กำหนดแผนระยะยาวและเป้าหมายของกิจการ  สารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูงนี้จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลภายนอกกิจกรรมเป็นอย่างมาก   ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เป็นยุค Globalization ข้อมูลระดับโลก แนวโน้มระดับสากลเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันของธุรกิจ  ผลลัพธ์ของระบบนี้ มักอยู่ในรูปของการพยากรณ์/การคาดการณ์ 
ประเภทของระบบสารสนเทศ โดย สุชาดา
ประเภทของระบบสารสนเทศ โดย Laudon
ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing System)
TPS (Transaction Processing System)
ระบบสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation System)
KWS (Knownledge Work and office System)
ระบบงานสร้างความรู้ (Knowledge Work Systems)
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information Systems)
MIS (Management Information Systems)
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems)
DSS (Decision Support Systems)
ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Executive Information Systems)
ESS (Executive Information Systems)

ประเภทของระบบสารสนเทศ แบ่งตามลักษณะการดำเนินงาน

  • ระบบสารสนเทศแบบประมวลรายการ(TPS : Transaction Processing Systems)  เป็นระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับการบันทึกและประมวลข้อมูลที่เกิดจาก ธุรกรรมหรือการปฏิบัติงานประจำหรืองานขั้นพื้นฐานขององค์การ เช่น การซื้อขายสินค้า การบันทึกจำนวนวัสดุคงคลัง เมื่อใดก็ตามที่มีการทำธุรกรรมหรือปฏิบัติงานในลักษณะดังกล่าวข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะเกิดขึ้นทันที เช่น ทุกครั้งที่มีการขายสินค้า ข้อมูลที่เกิดขึ้นก็คือ ชื่อลูกค้า ประเภทของลูกค้า จำนวนและราคาของสินค้าที่ขายไป รวมทั้งวิธีการชำระเงินของลูกค้า
  • ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS : Management Information System)  คือระบบที่ให้สารสนเทศ ที่ผู้บริหารต้องการ เพื่อให้สามารทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะรวมทั้งสารสนเทศภายในและภายนอกสารสนเทศที่เกี่ยวพันกับองค์กรทั้งในอดีตและปัจจุบัน นอกจากนี้ระบบนี้จะต้องให้สารสนเทศในช่วงเวลาที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจในการวางแผนการควบคุม และการปฏิบัติการขององค์กรได้อย่าง ถูกต้อง แม้ว่าผู้บริหารที่จะได้รับประโยชน์จากระบบนี้สูงสุดคือผู้บริหารระดับกลาง แต่โดยพื้นฐานของระบบนี้แล้วจะเป็นระบบที่สามารถสนับสนุนข้อมูลให้ผู้บริหารทั้งสาม ระดับ คือทั้งผู้บริหารระดับต้น ผู้บริหารระดับกลางและผู้บริหารระดับสูง โดยระบบนี้จะให้รายงานที่สรุปสารสนเทศซึ่งรวบรวมจากฐานข้อมูลทั้งหมดของบริษัท
  • ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ(DSS : Decision Support System)  เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นจากระบบ MIS อีกระดับหนึ่ง เนื่องจาก ถึงแม้ว่าผู้ที่มีหน้าที่ในการตัดสินใจจะสามารถใช้ประสบการณ์หรือใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วในระบบเอ็มไอเอส ของบริษัท สำหรับทำการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในงานปกติ แต่บ่อยครั้งที่ผู้ตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารในระดับสูงและระดับกลางจะเผชิญกับการตัดสินใจที่ประกอบด้วยปัจจัยที่ซับซ้อนเกินกว่าความสามารถของมนุษย์ที่จะประมวล เข้าด้วยกันได้อย่างถูกต้อง จึก ทำให้เกิดระบบนี้ขึ้น ซึ่งเป็นระบบที่สนับสนุนความต้องการเฉพาะของผู้บริหารแต่ละคน (made by order) ในหลายๆสถานะการณ์ ระบบ นี้มีหน้าที่ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปได้อย่างสะดวก 
  • ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม (GDSS : Group Decision Support System)  เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
  • ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS : Geographic Information System)  ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ Geographic Information System : GIS คือกระบวนการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงพื้นที่ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่ใช้กำหนดข้อมูลและสารสนเทศ ที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่ เช่น ที่อยู่ บ้านเลขที่ สัมพันธ์กับตำแหน่งในแผนที่ ตำแหน่ง เส้นรุ้ง เส้นแวง ข้อมูลและแผนที่ใน GIS เป็นระบบข้อมูลสารสนเทศที่อยู่ในรูปของตารางข้อมูล และฐานข้อมูลที่มีส่วนสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) ซึ่งรูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหลาย จะสามารถนำมาวิเคราะห์ด้วย GIS และทำให้สื่อความหมายในเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับเวลาได้ เช่น การแพร่ขยายของโรคระบาด การเคลื่อนย้าย ถิ่นฐาน การบุกรุกทำลาย การเปลี่ยนแปลงของการใช้พื้นที่ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้ เมื่อปรากฏบนแผนที่ทำให้สามารถแปลและสื่อความหมาย ใช้งานได้ง่าย 
  • ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง(EIS : Excutive Information System)  เป็นระบบที่สร้างขึ้น เพื่อสนับสนุน สารสนเทศและการตัดสินใจสำหรับผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะ หรือ สามารถกล่าวได้ว่าระบบนี้คือส่วนหนึ่งของ DSS ที่แยกออกมา เพื่อเน้นการให้สารสนเทศที่สำคัญต่อการบริการแก่ผู้บริหาร
  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)  ระบบที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์กลายเป็นผู้ชำนาญการณ์ ในสาขาใดสาขาหนึ่ง คล้ายกับมนุษย์ ระบบผู้เชี่ยวชาญมีส่วนคล้ายคลึงกับระบบอื่นๆ คือเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยผู้บริหารแก้ไขปัญหาหรือทำการ ตัดสินใจได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดีระบบผู้เชี่ยวชาญจะแตกต่างกับระบบอื่นอยู่มาก เนื่องจากระบบผู้เชี่ยวชาญจะเกี่ยวข้องกับการจัดการ ความรู้ (Knowledge) มากกว่าสารสนเทศ และถูกออกแบบให้ช่วยในการตัดสินใจโดยใช้วิธีเดียวกับผู้เชี่ยวชาญที่ มนุษย์ โดยใช้หลักการทำงานด้วยระบบ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)
  • ระบบสำนักงานอัตโนมัติ(OAS : Office Automation System)  เป็นระบบที่ใช้บุคลากรน้อยที่สุด โดยอาศัยเครื่องมือแบบอัตโนมัติและระบบสื่อสารเชื่องโยงข่าวสารระหว่างเครื่องมือเหล่านั้นเข้าด้วยกัน QAS มีจุดมุ่งหมายให้เป็นระบบที่ไม่ใช้กระดาษ (Paperless System) ส่งข่าว สารถึงกันด้วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange) แทน ซึ่งมีรูปแบบในการใช้งาน 2 ลักษณะคือ
    • รูปแบบของระบบงานพิมพ์และการประมวลผลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Publishing & Processing System) ได้แก่การสื่อสารด้วยข้อความ รูปภาพ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-Mail) โทรสาร (FAX)หรือ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ (Voice Mail) เป็นต้น
    • รูปแบบการประชุมทางไกลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Meeting System) เป็นเทคนิคที่ทำให้กลุ่มคนทั่วโลกสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ คล้ายการพูดคุยกันโดยตรง เช่น การประชุมทางไกลแบบมีแต่เสียง (Audio Conferencing),การประชุมทางไกลแบบมีทั้งภาพและเสียง (Video Conferencing) หรือ ทั้งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรสาร และ เสียงอิเล็กทรอนิกส์รวมกัน เป็นต้น

ถึงแม้ว่าระบบสารสนเทศจะมีหลายประเภท แต่องค์ประกอบที่จำเป็นของระบบสารสนเทศทุกประเภท ก็คือต้องประกอบด้วยกิจกรรม 3 อย่างตาม คือ ระบบต้องมีการนำเข้าข้อมูล  การประมวลผลข้อมูล และการแสดงผลลัพธ์ของข้อมูล

    สรุปได้ว่า การพัฒนาระบบสารสนเทศในองค์กรนั้นเป็นสิ่งท้าทายผู้บริหารเป็นอย่างมาก การที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นในหน่วยงานเป็นสิ่งที่ผู้บริหารและผู้รับผิดชอบการพัฒนาระบบ ต้องร่วมกันตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะการนำระบบสารสนเทศมาใช้อาจจะกระทบต่อกระบวนการดำเนินงานและการบริหารที่เป็นอยู่ หรืออาจจะมีผลก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การ์ตูน

การ์ตูน (Cartoon)

การ์ตูนคืออะไร

    การ์ตูน เป็นภาพสัญลักษณ์ที่ใช้แทนสิ่งต่างๆ เช่น บุคคล สัตว์ หรือสิ่งของ เป็นต้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ซึ่งเป็นแนวความคิด จินตนการหรือทัศนะของผู้เขียน เป็นการวาดเส้นหรือจิตรกรรมแบบกึ่งสัจนิยมหรืออสัจนิยม(กึ่งเหมือนจริงหรือไม่เหมือนจริง) เพื่อบอกเล่าเรื่องราว จูงใจให้เกิดความคิด สร้างอารมณ์ขบขัน ล้อเลียน เสียดสี  หรือการแสดงออกซึ่งกระบวนแบบเชิงศิลปะ ซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้
  • การ์ตูน (Cartoon)   มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Carton หมายถึงรูปวาดบนกระดาษแข็งเพื่อความขบขัน เช่น ภาพล้อทางการเมือง วาดในกรอบและแสดงเหตุการณ์ที่เข้าใจได้ชัดเจนโดยง่าย และมีคำบรรยายสั้นๆ เป็นภาพการ์ตูนที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นแนวความคิดเดียว โดยเขียนเพียงกรอบเดียวหรือภาพเดียวเท่านั้นก็สามารถสื่อความหมายได้
  • คอมมิก (Comic) เป็นลักษณะการ์ตูนที่มีความต่อเนื่องเป็นเรื่องเป็นราวมีคำบรรยาย มีบทสนทนาในแต่ละภาพ ลักษณะจะออกมาในเชิงภาพการ์ตูนที่ไม่เน้นความจริงของกายวิภาค
    • การ์ตูนต่อเนื่อง (Comic Strips) เป็นภาพการ์ตูนที่เขียนขึ้นเพียง 3-4 กรอบ เป็นตอนๆ แต่สามารถสื่อความหมายของเรื่องราวต่างๆ ได้
    • การ์ตูนเรื่อง (Comic Books) คือภาพการ์ตูนที่ต่อเนื่องกันหลายๆ ภาพเพื่อเสนอเรื่องราวเป็นเรื่องยาวๆ เล่มเดียวจบหรือมีหลายเล่มก็ได้
  • นิยายภาพ ( Illustrated Tale) เป็นการเขียนเล่าเรื่องด้วยภาพเช่นกัน แต่ลักษณะ ภาพมีความสมจริงและเขียนถูกต้องตามหลักกายวิภาค (Anatomy) การเขียนฉากประกอบ การให้แสงเงา การดำเนินเรื่องต่อเนื่องตั้งแต่กรอบแรกจนกรอบสุดท้าย ไม่ข้ามขั้นตอนอันสามารถโน้มน้าวใจผู้อ่านให้คล้อยตามเนื่องเรื่องได้เป็นอย่างดี 
  • ภาพล้อ (Caricature) เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า Caricare หมายถึง ภาพวาดที่ใช้ล้อเลียนหรือเสียดสี วาดในลักษณะที่ตัดทอนหรือทำให้รูปลักษณ์บุคลิกผิดส่วนออกไป เช่น เน้นลักษณะเด่นเฉพาะตัวของบางคนให้ดูมากเกินความเป็นจริง รวมทั้งเน้นในจุดอื่นๆ เช่น ชนชั้นทางสังคมหรือสถาบันต่างๆ ภาพล้อใช้เป็นเครื่องปลุกความรู้สึกนึกคิด ก่ออารมณ์ตอบโต้ให้เกิดแก่ผู้ดูตั้งแต่อารมณ์ขันเบาๆ จนกระทั่งถึงความรู้สึกโกรธแค้นรุนแรง เป็นวิถีทางในการสร้างภาพประกอบเรื่องที่ได้ผลดี เป็นเครื่องมือที่ดีในการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นในเรื่องของสังคมศาสนา และการเมือง
  • การ์ตูนลายเส้น (Stick Figures) เป็นภาพการ์ตูนลายเส้นโดยใช้เส้นง่ายๆ แสดงถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรืออากับกริยาของคนหรือสัตว์ โดยเข้าใจได้จากลายเส้นที่เขียนขึ้นอย่างง่ายๆ เฉพาะส่วนที่สำคัญเท่านั้น

ประเภทการ์ตูน การสร้างตัวละครที่นำมาแสดง

  • การ์ตูนที่สร้างจากคนจริง เช่น Ultraman, Masked Rider, Power Ranger
  • การ์ตูนสามมิติ เช่น Frozen
  • การ์ตูนสองมิติ เช่น ชินจังจอมแก่น
  • การ์ตูนแบบผสม เช่น ใช้คนแสดงกับตัวละครสามมิติและสองมิติ

ประเภทการ์ตูน แบ่งตามประเทศ

  • การ์ตูนจีน - การ์ตูนที่มาจากประเทศจีน
  • การ์ตูนญี่ปุ่น - การ์ตูนที่มาจากประเทศญี่ปุ่น
  • การ์ตูนเกาหลี - การ์ตูนที่มาจากประเทศเกาหลี
  • การ์ตูนฝรั่ง - การ์ตูนที่มาจากยุโรปและอเมริกา
  • การ์ตูนไทย - การ์ตูนที่สร้างโดยชาวไทย


ประเภทของการ์ตูนของประเทศไทย

  • การ์ตูนการเมือง (Political Cartoon) เป็นการ์ตูนที่มุ่งเน้นล้อ เสียดสี ประชดประชันบุคคลหรือเหตุการณ์ทางการเมือง เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความคิดเห็นใหม่ ๆ ลักษณะของการ์ตูนชนิดนี้อาจมีคำบรรยายหรือไม่มีก็ได้ นักเขียนการ์ตูนการเมืองไทยที่แฟนการเมืองรู้จักดี เช่น ประยูร จรรยาวงษ์ หรือ "ศุขเล็ก" แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (เสียชีวิตเมื่อปลายปี พ.ศ. 2535), ชัย ราชวัตร "ผู้ใหญ่มาแห่งทุ่งหมาเมิน" แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, อรุณ แห่ง หนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น ฯลฯ 
  • การ์ตูนขำขัน (Gag Cartoons) เป็นการ์ตูนที่เน้นความขบขันเป็นหลัก อาจเสนอภาพในช่องเดียวหรือหลายช่อง จะมีคำบรรยายหรือไม่มีก็ได้ปกติมุขตลกของการ์ตูนชนิดนี้จะหยิบมาจากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันปัจจุบันการ์ตูนชนิดนี้กำลังได้รับความนิยมมากในสังคมไทย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การ์ตูน "ขายหัวเราะ"
  • การ์ตูนเรื่องยาว (Comics : Comicorserial Cartoons หรือ Serial Cartoons) การ์ตูนที่นำเสนอเป็นเรื่องเป็นราวที่มีความต่อเนื่องกันจนจบมีคำบรรยายหรือบทสนทนาภายในภาพการ์ตูนชนิดนี้ปรากฎอยู่ในนิตยสารและหนังสือพิมพ์ เรียกว่า comics strips แต่ถ้านำมาพิมพ์รวมเล่มเรียกว่า comics books เช่น การ์ตูนเล่มของญี่ปุ่นและฝรั่งการ์ตูนไทยที่นำเอาวรรณคดี นิยายพื้นบ้าน เรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ มาพิมพ์ขาย รวมทั้งการ์ตูนเล่มละบาท ก็จัดอยู่ในประเภทนี้เช่นกัน ซึ่ง จุลศักดิ์ อมรเวช หรือ จุก เบี้ยวสกุล นักเขียนการ์ตูนชื่อดังในอดีต ได้รวมเรียกการ์ตูนไทยเหล่านี้ว่า "นิยายภาพ"
  • การ์ตูนประกอบเรื่อง (Illustrated Cartoons) เป็นการ์ตูนที่ใช้ประกอบกับข้อเขียนอื่น ๆ ประกอบโฆษณาเพื่อขยายความ หรือเป็นการ์ตูนประกอบการศึกษา การ์ตูนชนิดนี้มักเป็นตัวการ์ตูนโดด ๆ ไม่มีเรื่องราวในตัวเอง
  • การ์ตูนมีชีวิต (Animated Cartoons) หรือภาพยนตร์การ์ตูน เป็นการ์ตูนที่มนุษย์ใส่ชีวิตให้มีการเคลื่อนไหวได้ มีการลำดับภาพและเรื่องราวอย่างต่อเนื่องคล้ายกับภาพยนตร์ เพียงแต่ตัวละครเป็นการ์ตูน ปัจจุบันหนังการ์ตูนแพร่หลายออกไปอีกหลายสื่อ ทั้งหนังการ์ตูนทีวี หนังการ์ตูนโฆษณา วิดีโอการ์ตูน หรือใช้แสดงประกอบกับนักแสดงที่เป็นคนในภาพยนตร์ ตัวอย่างหนังการ์ตูนที่ฉายในเมืองไทย เช่น สุดสาคร,โดเรมอน, ไลอ้อนคิง, เซลเลอร์มูน เป็นต้น

ลักษณะของการ์ตูน

  • การ์ตูนภาพนิ่ง (Static Cartoon) หมายถึง ลักษณะที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถ เป็นการบอกเล่า เล่าเรื่อง ไม่มีการดำเนินเรื่อง
  • การ์ตูนภาพเคลื่อนไหว (Dynamic Cartoon) หมายถึง ลักษณะที่มีความเปลี่ยนแปลงลีลาอิริยาบถต่างๆ ของตัวการ์ตูน จากภาพหนึ่งไปยังอีกภาพหนึ่ง

แนวการ์ตูนต่างๆ

แนวการ์ตูน คือ แนวทางหรือรูปแบบของการ์ตูน ซึ่งบ่งบอกเอกลักษณ์ของการ์ตูนเรื่องนั้นๆ การ์ตูนหนึ่งเรื่องอาจมีหลายแนวในตัวเอง หรือ เน้นแนวทางของตนเองจนสร้างเป็นเอกลักษณ์ใหม่
  • ผจญภัย (Adventure) เนื้อเรื่องมีการไปยังสถานที่และได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง Spirited Away เป็นต้น
  • ต่อสู้ (Action) เนื้อเรื่องมีการต่อสู้ เพื่อแข่งขัน รอดพ้น หรือเอาชีวิตรอด การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง ดราก้อนบอล เป็นต้น
  • กีฬา (Sport) เนื้อเรื่องเน้นไปในด้านการแข่งขัน และการกีฬาเป็นหลัก การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง ปริ๊นซ์ ออฟ เทนนิส เป็นต้น
  • ความรัก (Romantic) เนื้อเรื่องเน้นไปในทางความรักของชาย-หญิง อาทิ ชมรมรัก คลับมหาสนุก เป็นต้น การ์ตูนแนวนี้ส่วนมากเป็นการ์ตูนโชโจะ
  • นางสนม (Harem) เนื้อเรื่องเน้นหรือแฝงความรักชาย-หญิง โดยตัวละครหลักเป็นผู้หญิงหลายคน แต่ตัวละครหลักที่เป็นผู้ชายจะมีน้อยคน หรือมีเพียงคนเดียว การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง คุณครูจอมเวท เนกิมะ! เป็นต้น
  • ละครชีวิต หรือ โศกนาฏกรรม (Drama) มีเนื้อหาที่สะเทือนใจผู้รับชมด้วยเนื้อเรื่องที่เศร้าสลด หดหู่การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง ยามซากุระร่วงโรย เป็นต้น
  • ตลก (Comedy) เนื้อเรื่องส่วนใหญ่แฝงไปด้วยฉาก และมุขตลก การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง ฮายาเตะ พ่อบ้านประจัญบาน เป็นต้น
  • นิยายวิทยาศาสตร์ (Sci Fi) ดำเนินอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงหรือโลกสมมติ โดยที่โลกนั้นมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและทันสมัยมากเกินกว่าที่เทคโนโลยีของโลกแห่งความเป็นจริงในปัจจุบันจะสามารถเอื้อมถึง การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง กันดั้ม เป็นต้น
  • สงคราม (War) เนื้อเรื่องเน้นไปที่การประหัตประหารและทำสงครามต่อกัน หรือดำเนินเรื่องอยู่ในภาวะสงคราม การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง ลาสต์ เอ็กไซล์ เป็นต้น
  • เหนือธรรมชาติ (Supernatural) เนื้อเรื่องมีปรากฏการณ์ที่ทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ มักมีโครงเรื่องมาจากประวัติศาสตร์, หลักฐานโบราณ, บันทึก, จารึก, ตำนาน โดยการ์ตูนประเภทนี้มักมีแกนเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้า, ภูติผี, ไสยศาสตร์ การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง Princess Mononoke เป็นต้น
  • จินตมิติ (Fantasy) เนื้อเรื่องดำเนินอยู่ในโลกสมมติ โดยที่ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหรือปรากฏการณ์ประหลาดในโลกสมมตินี้ เป็นที่ยอมรับเสมือนเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ ในเนื้อเรื่องมักมี เวทมนตร์, คาถา, อาคม ตลอดจนสิ่งอื่นๆที่เป็นไปไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ของโลกแห่งความเป็นจริง เข้ามาเกี่ยวข้อง การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง มหาสงครามหุบเขาแห่งสายลม
  • ปริศนา หรือ ลึกลับ (Mystery) เนื่องเรื่องมีปมหลักที่จะต้องถูกพิสูจน์หรือแก้ไข ซึ่งการจะแก้ปมหลักอาจจะต้องแก้ปมอื่นๆให้ได้ก่อน หรืออีกอย่างคือซ่อนเงื่อน การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง แพนโดร่า ฮาร์ท เป็นต้น
  • สืบสวนสอบสวน (Detective) เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการสืบสวนหาต้นตอและผู้ร้ายในคดีตลอดจนเหตุการณ์ร้ายต่างๆ การ์ตูนประเภทนี้ อาทิเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เป็นต้น
  • การ์ตูนเพื่อการศึกษา เนื้อเรื่องเป็นไปเพื่อให้ความรู้แก่ผู้รับชม การ์ตูนประเภทนี้มักผลิตออกมาเพื่อเด็กระดับชั้นอนุบาลหรือประถมศึกษา

ประเภทการแบ่งแนวการ์ตูนของญี่ปุ่น

  • การแบ่งตามรูปแบบการสร้างขึ้นมา
  • การแบ่งตามเป้าหมาย
  • การแบ่งตามรสนิยม


แนวการ์ตูนญี่ปุ่น แบ่งตามรูปแบบการสร้างขึ้นมา

  • มังงะ (漫画 Manga) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นสำหรับใช้เรียกหนังสือการ์ตูน หรือการ์ตูนช่องที่ถูกวาดขึ้นโดยนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีการใช้คำดังกล่าวอย่างแพร่หลาย แม้ว่าการ์ตูนนั้นจะไม่ได้มาจากผู้วาดชาวญี่ปุ่นก็ตาม
  • อะนิเมะ (アニメ Anime) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (Animation) ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส อะนิเมะ (animé) และจากภาษาละติน อะนิมะ (anima) แปลว่าเคลื่อนไหว หรือภาพเคลื่อนไหว แต่ในปัจจุบันความหมายกลายเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ภาพยนตร์การ์ตูน
  • โดจิน (同人 Dōjin) คือการ์ตูนที่ผู้อ่านวาดขึ้นมาเอง โดยมีเนื้อหาที่อ้างอิงมาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นหลักเพียงแต่ว่า การ์ตูนเหล่านั้นไม่ใช่เนื้อเรื่องจริง เป็นแค่เพียงผู้ที่ชื่นชอบเรื่องนั้น ๆ นำมาเขียนต่อในแบบของตนเท่านั้น

แนวการ์ตูนญี่ปุ่น แบ่งตามเป้าหมาย

  • 子供向けアニメ (Kodomosuke Anime) เป็นการ์ตูนที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กอายุประมาณ 3-18 ปี การ์ตูนประเภทนี้จะไม่ค่อยมีเนื้อหาที่เข้าข่ายลามกอนาจารมาก แต่จะเน้นไปทางให้ความบันเทิง มีคติสอนใจ มีแง่คิด มีความรู้มากมายแทรกอยู่ในนั้น เช่น Doraemon , Hamtaro , Maruko , Keroro เป็นต้น  แต่ในกลุ่มนี้ก็มีแยกออกมาอีก 2 ประเภทคือ 
    • การ์ตูนเด็กผู้ชายที่เน้นไปทางกีฬา รถแข่ง ต่อสู้ เช่น Yuki-Oh , Bay Blade , Pokemon , Digimon , Dragon Ball , Kamen Rider Series เป็นต้น
    • การ์ตูนเด็กผู้หญิง ที่จะเน้นไปทางเวทมนตร์ ประมาณว่าได้รับพลังพิเศษมาจากของที่เก็บได้ หรือเป็นผู้ที่ถูกเลือก โดยขบวนการหลักก็จะมีผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน  แอบมีเรื่องกุ๊กกิ๊ก ๆ เล็ก ๆ พอที่จะให้เรื่องไม่ดาร์คเกินไป เช่น Sailor Moon , Cardcaptor Sakura , Mahou Shoujo Doremi , Tokyo Mew Mew เป็นต้น
  • 少女漫画 (Shoujo Manga) เป็นการ์ตูนที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงวัยรุ่น การ์ตูนประเภทนี้มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักวัยมัธยม ที่นางเอกต้องไปอยู่ที่นู่นที่นี่ อาจจะเป็นเด็กเข้มแข็งหรืออ่อนแอก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องมีคือตัวละครที่มาดเท่ สุภาพบุรุษมาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวนางเอก มีทั้งแบบเจอกับโดยบังเอิญและรู้จักกันมาก่อนแล้ว และส่วนใหญ่ของการ์ตูนโชโจ ไม่นางเอกก็พระเอกจะแอบหลงรักโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว  เช่น Hanazakari no Kimitachi e , Fruit Basket , Garasu no Kamen หรือจะเป็นแบบแฟนตาซีที่ต้องไปตามหาไอเทมหรือช่วยเหลือผู้คน เช่น Tsubasa Chronicle , Vampire Knight เป็นต้น แต่ก็มีการ์ตูนประเภทโชโจแทรกความเป็น Shounen-ai และ Yaoi (ชายรักชายกุ๊กกิ๊กใส ๆ พอให้สาววายกระชุ่มกระชวย) อยู่บ้าง ประมาณว่า พระเอกกับพระรองเป็นคู่แข่งกันเพื่อจีบนางเอก หรือฝ่ายตัวละครองที่เป็นผู้ชายและมีลักษณะเข้าข่าย แล้วถ้านางเอกหรือคนอ่านเป็นสาววายล่ะก็ ไม่พลาดที่จะจิ้นแน่ ๆ เลย และส่วนใหญ่ก็เป็นการ์ตูนของ CLAMP ซะด้วย แต่ส่วนใหญ่การ์ตูนประเภทโชโจผู้ชายจะดูซะมากกว่าเพราะมีผู้หญิงเยอะ
  • 少年漫画 (Shounen Manga) การ์ตูนประเภทนี้เป็นการ์ตูนที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชายวัยรุ่น เนื้อหามักจะเป็นเกี่ยวกับการต่อสู้ ใช้พลัง อยู่ในสนามรบ หรืออาจจะเป็นการ์ตูนกีฬา แทรกความขำขันเข้าไปบ้างเพื่อไม่ให้เรื่องเครียดเกินไป มีตัวละครหญิงน้อยจึงเป็นที่หมายตาของเหล่าสาวๆ เช่น Prince of Tennis , Bleach , Dragon Ball , Vampire Knight , Kuroko no Basket , One Piece , Shaman king , Naruto เป็นต้น ด้วยความที่การ์ตูนแนวโชเน็นมีผู้ชายเยอะ แน่นอนว่ามันต้องมีเรื่องมิตรภาพของลูกผู้ชายด้วย จึงไม่แปลกที่ทำไมเราจะเจอ Fiction , Doujinshi , Fanart ที่มีตัวละครชายมารักกัน นั่นก็เพราะการ์ตูนแนวโชเน็นนั้นดึงดูดสาววายมาดูได้ดีนั่นเอง
  • 女性漫画 (Jousei Manga) การ์ตูนประเภทนี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงเหมือนโชโจ เพียงแต่ว่าเนื้อเรื่องของการ์ตูนแนวโจเซย์มักจะมีเนื้อหาที่ดราม่า และหนักความรู้สึกมากกว่าการ์ตูนแนวโชโจ เพราะความรักของการ์ตูนแนวโจเซย์มักจะขึ้นๆ ลงๆ มีหลายครั้งที่มีความวาบหวามและความเสมือนกับโลกความเป็นจริงสูง  มีบางช่วงที่จะดูดาร์คจนคนอ่านร้องไห้ตามไปด้วย ตัวละครบางตัวมักจะมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น Nana , Paradise Kiss , Nodame Cantabile , Honey and Cover , Kimi ni Todoke การ์ตูนโจเซย์อีกประเภทก็มีลักษณะคล้ายๆกับการ์ตูน Yaoi แต่จะมีความสมจริงมากกว่า
  • 青年漫画 (Seinen Manga) การ์ตูนประเภทนี้มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ชายซึ่งก็คล้ายกับโชเนน ลักษณะของเรื่องก็มีทั้งต่อสู้กันหนักๆ ผจญภัย วัยเรียน เพียงแต่เนื้อเรื่องของแนวเซย์เน็นมักจะไปทาง Service ซะส่วนใหญ่ เพราะกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชายอายุอยู่ที่ 18-25 ปี และแน่นอนว่าฉากวาบหวามนั้นต้องมีมากพอตัว แต่ไม่ถึงขั้นฉากร่วมเพศเพราะแค่ Service ให้ท่านชายทั้งหลายพอชื่นใจขึ้นมา เช่น Suzumiya Haruhi bo Yuutsu , K-ON! , Evangelion, Digital Lady , Gantz, Higurashi no naku koro ni , Oh! My Goddess , Twenty Century Boy เป็นต้น ในประเภทเซย์เน็นนี้ ก็อาจจะถูกดัดแปลงเป็น Fiction , Doujinshi , Fanart แนว Yuri (หญิงรักหญิง) ก็ได้นะคะ ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของประเภทต่างๆ บางเรื่องอาจจะเป็นได้หลายประเภท ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องที่คุณชอบหรือรู้จักเป็นประเภทไหน ลองอ่านแล้วมานั่งแยกประเภทกันนะ ส่วนการแบ่งตามรสนิยมนั้นไว้มาบอกเล่าต่อกันในโอกาสหน้านะคะ

แนวการ์ตูนญี่ปุ่น ว่าโดยรวมๆ

  • โชเน็น (少年 Shōnen) อะนิเมะและมังงะที่มีกลุ้มเป้าหมายเป็นเด็กผู้ชาย แต่โดยปกติแล้วจะครอบคลุมผู้ชายอายุไม่เกิน 18 ปีทั้งหมด คำว่าโชเน็นภายนอกประเทศญี่ปุ่น ถูกใช้เป็นคำเรียกการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเด็กวัยรุ่นชายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก การ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชเน็นส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการต่อสู้ (ไม่ว่าจะเป็นการรบราฆ่าฟันหรือการต่อสู้ในสนามกีฬา) และมักมีการแทรกมุขตลกเพื่อไม่ให้เรื่องหนักเกินไป ตัวละครหลักโดยมากเป็นผู้ชาย และมิตรภาพระหว่างตัวละครชายมักเป็นจุดสำคัญของเรื่อง ตัวละครหญิงในเรื่องส่วนมากจะมีหน้าตาและรูปร่างสวยงามเกินความเป็นจริง สไตล์ในการวาดภาพของการ์ตูนแนวโชเน็นจะไม่หวานแหววและละเอียดอ่อนเหมือนกับ การ์ตูนแนวโชโจ เช่น ดราก้อนบอล เซนต์เซย่า
  • โชโจะ (少女 Shōjo) (ภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ผู้หญิงอายุน้อย") อะนิเมะและมังงะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กผู้หญิง คำนี้ถูกใช้เรียกการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเด็กวัยรุ่นหญิงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก การ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชโจะมักเป็นเรื่องของความรัก และมักมีตัวละครเอกเป็นเด็กผู้หญิงที่จิตใจเข้มแข็ง อย่างไรก็ดีมีการ์ตูนแนวโชโจะบางเรื่องที่มีตัวละครเอกเป็นผู้ชายและมีฉาก ต่อสู้เพื่อให้ถูกรสนิยมผู้อ่านกลุ่มอื่น นอกจากนี้ หลายเรื่องใช้ความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย เป็นตัวชูรสและดึงดูดผู้อ่านหญิง รูปการ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชโจะมักมีเส้นคม ดูเบา ตาของตัวละครมักเป็นประกายและใหญ่กว่าปกติ การ์ตูนแนวโชโจะนั้นมักจะถูกสับสนกับการ์ตูนแนวบิโชโจะ (เด็กผู้หญิงสวย) ซึ่งหมายถึงการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีตัวละครหญิงที่มีหน้าตาและรูปร่างสวยงามเป็น จุดขาย โดยมีผู้ชายเป็นกลุ่มเป้าหมาย เช่น เซเลอร์มูน
  • เซเน็น (青年 Seinen) : อะนิเมะและมังงะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นชายตอนปลายถึงผู้ชายอายุ ประมาณ 18+ ปี อย่างไรก็ดีกลุ่มเป้าหมายของการ์ตูนหลายเรื่องอาจจะมีอายุมากกว่านี้ โดยบางเรื่องมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักธุรกิจวัยกลางคน การ์ตูนแนวเซเน็นมีเนื้อหาและสไตล์ที่หลากหลาย บ้างเป็นการ์ตูนแนวทดลอง บ้างมีความน่ารักของตัวละครเป็นจุดขาย และบ้างก็เป็นหนังสือที่ค่อนข้างรุนแรง ด้วยเหตุนี้การ์ตูนแนวเซเน็น หลายเรื่องจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มโชโจ (shoujo) และโชเน็น (shounen) ด้วย แต่ถึงกระนั้นเซเน็นอีกคำคือ ระดับอายุของผู้ที่บรรลุนิติภาวะไปแล้ว คำนี้ถ้าเอาไปติดที่หนังสือใด หนังสือนั้นเป็นหนังสือปลุกใจเสือป่าอย่างแน่นอน วิธีการง่ายๆ ที่จะบอกว่าการ์ตูนเรื่องใดเป็นการ์ตูนเซเน็นคือการดูว่าตัวอักษรคันจิเป็น ตัวอะไร ถ้ามีกำกับส่วนมากจะเป็นการ์ตูนเซเน็น แต่ถ้าไม่มีแสดงว่าการ์ตูนเรื่องนั้นมีเป้าหมายเป็นกลุ่มอื่น การดูนิตยสารที่ตีพิมพ์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง โดยนิตยสารการ์ตูนที่ขึ้นต้นชื่อด้วยคำว่า "ยัง" (young)ประมาณว่าเรท ต่ำกว่า16ห้ามดู มักจะเป็นนิตยสารการ์ตูนเซเน็น เช่น ยังจัมป์ ยังแอนิมอล เป็นต้น นิตยสารการ์ตูนเซเน็นอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ อุลตร้าจัมป์ อาฟเตอร์นูน และบิ๊กคอมิก เป็นต้น
  • โจะเซ (女性 Josei) : อะนิเมะและมังงะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 18 ปี การ์ตูนแนวโจะเซส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิง ใน ญี่ปุ่น แต่ก็มีบ้างเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักเรียนมัธยม สไตล์การวาดภาพคล้ายกับการ์ตูนแนวโชโจะ แต่ตาไม่หวานและเป็นประกายเท่า และภาพโดยรวมดูเหมือนจริงมากขึ้น การ์ตูนโจะเซจะเล่าเรื่องของความรักอย่างสมจริงสมจริง ผิดกับความรักในการ์ตูนโชโจะซึ่งมักเป็นความรักในอุดมคติ การ์ตูนโจะเซอีกกลุ่มหนึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย คล้ายๆ กับการ์ตูนแนวยาโออิ โดยการ์ตูนเหล่านั้นจะมีเนื้อหาสมจริงสมจังกว่า และกล้าตีพิมพ์ที่เปิดเผยส่วนสัดมากกว่า ตัวอย่างเช่น นานะ
  • บิโชโจะ (び少女 Bishōjo) (ภาษาญีปุ่นหมายความว่า "เด็กสาวหน้าตาดี") อะนิเมะและมังงะที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กสาวหน้าตาสวยงาม เช่น เมจิกไนท์เรย์เอิร์ท 
  • บิโชเน็น (び少年 Bishōnen): (ภาษาญี่ปุ่นหมายความว่า "เด็กหนุ่มหน้าตาดี") อะนิเมะและมังงะที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและท่าทางสง่า งาม เช่น ฟูชิกิยูกิ 
  • เฮ็นไต (Hentai) หรือ เอ็จจิ มีรากมาจากตัวอักษร "H" ในภาษาญี่ปุ่นหมายว่า "ท-ะ-ลึ่-ง" อะนิเมะและมังงะในแนวนี้จะมีมุขตลกแบบผู้ใหญ่ ตัวอย่างเช่น บ้านพักอลเวง 
  • โคโดโมมูเกะ (子供向け Kodomomuke) : อะนิเมะสำหรับเด็ก มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กปฐมวัย ตัวอย่างเช่น โดราเอมอน
  • เมะกะ (めが Mega): อะนิเมะที่มีหุ่นยนต์ยักษ์ เช่น โมบิลสูทกันดั้ม 
  • มะโฮโชโจะ (魔法少女 Mahō shōjo): แนวย่อยหนึ่งของอะนิเมะและมังงะแนวโชโจะ มีตัวละครหลักเป็นเด็กผู้หญิงที่มีพลังวิเศษอย่างไดอย่างหนึ่ง เช่น การ์ดแคปเตอร์ซากุระ 
  • มะโฮโชเน็น (魔法少年 Mahō shōnen): เหมือนแนวมะโฮโชโจะ แต่ตัวเอกเป็นผู้ชาย เช่น ดี.เอ็น.แองเจิล
  • ยะโอะอิ (やおい Yaoi) หรือ ชายรักชาย(Boy's love) เป็นการ์ตูนแนวโรแมนติก เพียงแต่แกนเรื่องเป็นความรักระหว่างชาย-ชาย เนื้อเรื่องมักมีส่วนที่แสดงฉากเพศสัมพันธ์
  • โชเน็น-ไอ (少年愛 Shōnen-ai) เป็นการ์ตูนที่มีตัวเอกของเรื่องเป็นชาย-ชาย โดยที่ระหว่างตัวเอกของเรื่องอาจมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง หรือมีการแสดงออกซึ่งความรัก แต่ไม่มีส่วนที่แสดงฉากเพศสัมพันธ์หรือฉากล่อแหลม
  • ยูริ (百合 Yuri) เป็นการ์ตูนแนวโรแมนติก เพียงแต่แกนเรื่องเป็นความรักระหว่างหญิง-หญิง เนื้อเรื่องมักมีส่วนที่แสดงฉากเพศสัมพันธ์
  • โชโจไอ (Shojo-ai ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างหญิงกะหญิง[ไม่ติดเรท] จัดอยู่ในสายขาวเช่นกันแม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุหญิงก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ

รูปภาพหนังสือการ์ตูน Comic

รายชื่อประเทศทั่วโลก

รายชื่อประเทศทั่วโลก (Country)


ทวีปเอเชีย

41. ไทย
47. สาธารณรัฐเยเมน
48. ฮ่องกง

 ทวีปออสเตรเลีย

ทวีปยุโรป

98. สาธารณรัฐสโลวัก (สโลวะเกีย)
102. สมาพันธรัฐสวิส (สวิตเซอร์แลนด์)
104. สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ (อังกฤษ เวลส์ สก็อตแลนด์ ไอร์แลนด์เหนือ)

ทวีปแอฟริกา

119. สาธารณรัฐโกตดิวัวร์ (ไอวอรี่โคสต์)

ทวีปอเมริกาเหนือ

ทวีปอเมริกาใต้