แปลภาษา (Translate)

โฆษณาของyengo

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

บทความจากหนังสือ"จิตวิทยาปรับตัวทุกสถานการณ์"

  1. อารมณ์ความรู้สึกและหลุมพราง (เหตุใด ผู้คนรู้สึกสับสนว่าคนรักของตนงามดั่งไซซี)
    1. หลุมพรางคำล้อเล่น : คำตลกหรือคำล้อเล่นของฝ่ายตรงข้าม อาจแฝงความมีใจเป็นปรปักษ์
    2. หลุมพรางของแนวป้องกัน : เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จจึงเกิดจิตใจหวั่นไหวและคาดว่าจะพบความล้มเหลว ผู้คนจึงจัดแนวป้องกันตนเองขึ้นมา การทำเช่นนี้ยิ่งทำให้อยู่ห่างจากความสำเร็จ
    3. หลุมพรางของความโกรธ : หากไม่สามารถแบกรับความไม่พอใจ หรือความโกรธต่อผู้อื่นสภาพการณ์จะเลวร้ายยิ่งขึ้น
    4. หลุมพรางของการประเมินครั้งที่สอง : ปฏิเสธในตอนแรก เห็นด้วยในตอนหลัง
    5. หลุมพรางของการแสดงอารมณ์ให้ปรากฏ : การร้องไห้หรือหัวเราะออกมาจะทำให้ความเสียใจหรือความดีใจทวีความรุนแรง
    6. หลุมพรางของความเกลียดชัง : ในขณะทำความดีบางอย่างแต่กลับมีบางอย่างมาขัดจังหวะจึงเกิดความรู้สึกไม่พอใจ บ่อยครั้งคนผู้นั้นจะเกิดความเกลียดชังในสิ่งที่ทำ
    7. หลุมพรางของความหวังดี : ผู้คนมักลงความเห็นว่า "เราทำดีต่อคนอื่น คนอื่นก็จะทำดีต่อเรา"
    8. หลุมพรางของความรู้สึกเป็นแบบอย่างเดียวกัน : คนที่มีฉากหลังทางสังคมคล้ายกันจะลงความเห็นเป็นแบบอย่างเดียวกัน
    9. หลุมพรางของความพึงพอใจ : คนเมื่อได้รับความพึงพอใจเล็กๆ น้อยๆ จะลืมความปรารถนาที่มีแต่แรก
    10. หลุมพรางของนามธรรม : เมื่อคนเผชิญกับเรื่องราวที่ตนไม่เข้าใจ จะเกิดความหวาดหวั่นและแสดงพฤติกรรมที่ไร้เหตุผลออกมา
    11. หลุมพรางของการวิจารณ์ส่วปลีกย่อย : เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของตนถูกวิจารณ์ ผู้คนจะเอาส่วนน้อยนั้นแทนสิ่งทั้งหมด ราวกับว่าตนเองถูกวิจารณ์ทุกส่วนว่าเป็นอย่างนั้น
    12. หลุมพรางของการมองในแง่ดี : หากในด้านมนุษยสัมพันธ์กลมเกลียวกันมากเกินไป มักมองไม่เห็นความเหลวแหลกของผลงานที่เกิดขึ้น
    13. หลุมพรางของการรับรู้จุดอ่อน : คนที่มองข้ามจุดอ่อนของตนเอง มักจะมองข้ามจุดแข็งของตนเช่นกัน
    14. หลุมพรางของความเชื่อถือ : นิสัยบางอย่างของตนเองที่ไม่เคยสังเกตเห็น เมื่อมีคนพูดออกมาให้รู้ คนผู้นั้นจะเกิดความเชื่อใจคนบอก
  2. หลุมพรางของความปรารถนา (เหตุใดผู้คนมักซ่อนเร้นความปรารถนาของตน)
    1. หลุมพรางของการแก้เปลี่ยนฐานะ : คนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าโดยมุ่งเปลี่ยนฐานะของตน ในจิตใจส่วนลึกมีความปรารถนาสองอย่างขัดแย้งกัน
    2. หลุมพรางของสรรพนาม : เมื่อผู้คนจะพูดว่า "ผม" มักเปลี่ยนเป็นพูดว่า "พวกเรา" หลายครั้งติดต่อกัน
    3. หลุมพรางของการห้ามปราม : คนเรานั้น ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
    4. หลุมพรางของความไม่สมหวัง : เมื่อความปรารถนาของผู้คนไม่ได้รับความพึงพอใจซ้ำแล้วซ้ำอีกบางครั้งจะกลายเปลี่ยนเป็นความดื้อดึงในความเห็นของตนอย่างถึงที่สุด โดยไม่สนใจเหตุผลใดๆ ท้ายที่สุดความอึดอัดอยู่ข้างเดียวทำให้เขาทำเรื่องราวบางอย่างออกมาซึ่งผู้คนไม่อาจจะเข้าใจ
    5. หลุมพรางของความอยากเป็นผู้ปกครอง : สภาวะจิตที่มุ่งหวังมากเกินไปว่าจะเหนือคนทั้งหลาย ทำให้ผู้นั้นไม่ยอมผ่อนคลายท่าทีและระมัดระวังตลอดเวลา
    6. หลุมพรางของความนึกฝัน : เมื่อความปรารถนาของผู้คนไม่สามารถบรรลุสมดังหวังจะมีแนวโน้มหลบหนีไปอยู่ในโลกแห่งความนึกฝัน
    7. หลุมพรางของความระลึกถึง : เมื่อความปรารถนาไม่ได้ดังใจหวัง ผู้คนจะหวนระลึกถึงความหลัง
    8. หลุมพรางของความเร่าร้อนแห่งความรักที่มีต่อบางสิ่ง : พฤติกรรมรักสัตว์เลี้ยงอย่างเกินขอบเขต เป็นสัญญาณอันตรายบ่งบอกถึงความไม่ไว้วางใจมนุษย์
    9. หลุมพรางของความเงียบขรึม : การพยายามเก็บกดอารมณ์ก้าวร้าว อันเนื่องจากความไม่สบายใจหรือไม่พึงพอใจที่เกิดจากการไม่ได้รับสิ่งที่ตนปรารถนา การเก็บกดนั้นไม่เพียงแต่เหนื่อยเปล่า อีกทั้งอาจทำให้จิตใจพังทลาย
    10. หลุมพรางของการเล่นเกม : อย่าเห็นว่าความเร่าร้อนที่มีต่อการเล่นเกมเป็นเพียงความชอบที่มีต่อการเล่นเกมนั้น
    11. หลุมพรางของการคล้อยตาม : ภายใต้สภาพการณ์ที่ผู้คนยอมคล้อยตาม บ่อยครั้งมีจุดมุ่งหมายหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบซ่อนเร้นอยู่
    12. หลุมพรางของอุดมการณ์ : คนที่ตั้งอุดมการณ์ไว้สูงเกินไปส่วนใหญ่เป็นพวกไม่คิดจะทำให้อุดมการณ์นั้นเกิดเป็นความจริงขึ้นมา
  3. ท่วงทีและหลุมพราง (เพราะเหตุใด ผู้คนจึงถูกลวงให้เห็นผิดได้ง่าย)
    1. หลุมพรางของการสนิทสนมเกินไป : ท่าทีซึ่งนอบน้อมถ่อมตัวเกินไปหรือท่าทีซึ่งสนิทสนมกันเกินไปบ่อยครั้งมักซ่อนเร้นจิตสำนึกแห่งความเป็นศัตรูหรือจิตต่อต้าน
    2. หลุมพรางของกฏแห่งการคิด : ผู้คนมักเชื่อถือกฏแห่งการคิด ซึ่งมีบางส่วนขัดแย้ง
    3. หลุมพรางของการยอมปฏิบัติตาม : เพียงแสดงอำนาจที่มีลักษณะชอบด้วยกฏหมายหรือแสดงสภาพการณ์อันชอบด้วยกฏหมายต่อผู้อื่น ผู้นั้นจะยอมทำตามคำสั่งโดยไม่คิดขัดขวาง
    4. หลุมพรางของเสน่ห์เฉพาะตัว : เสน่ห์เฉพาะตัวของผู้ถ่ายทอดข่าวสาร บ่อยครั้งมีอิทธิพลอย่างอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าเนื้อความของข่าวสารนั้น เสน่ห์เฉพาะคนเพียงพอจะทำให้ผู้คนเปลี่ยนท่าทีต่อคน ต่อเรื่องราวต่างๆ
    5. หลุมพรางของถ้อยคำเสียดแทงให้ลำบากใจ : การแสดงออกในรูปแบบของการสร้างข่าวลือบ่อนทำลายหรือใช้ถ้อยคำเสียดสีให้ลำบากใจ หากจะกล่าวว่าการเป็นใช้อารมณ์วิจารณ์คนอื่น มิสู้กล่าวว่าเป็นการแสดงความปรารถนาที่ต้องการให้ตนเองอยู่เหนือผู้อื่น
    6. หลุมพรางของใบหน้าเฉยเมย : เมื่อผู้มีความรู้สึกเกลียดชังหรือมีความไม่สบายใจที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ เป็นไปได้ว่าแม้แต่ความรู้สึกที่ดีก็ถูกเก็บกดเอาไว้ กลายเป็นใบหน้าเฉยเมยปราศจากอารมณ์ความรู้สึก
    7. หลุมพรางของการกล่าวสดุดีกับการพูดเหน็บแนม : เมื่อผู้คนไม่สามารถตัดใจจากบางสิ่งก็คิดกดดันสิ่งนั้นให้ต่ำลงเมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงการมีบางอย่างที่ตนไม่อยากได้ก็จะพยายามสดุดีต่อสิ่งนั้น
    8. หลุมพรางของตำแหน่งหน้าที่ : ในขณะที่ผู้คนไม่สมหวังมักไม่มีอารมณ์สนุกที่จะสำแดงความสามารถที่ยอดเยี่ยมออกมา
    9. หลุมพรางของการทำงาน : หลังจากผู้คนได้รับการมอบหมายให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งคนผู้นั้นจะได้รับอิทธิพลจากงานนนั้น แม้กระทั่งงานนั้นสำเร็จลุล่วงไปแล้วก็ยังคงได้รับอิทธิพลอยู่เหมือนเดิม
    10. หลุมพรางของความตึงเครียด : ความตึงเครียดของร่างกายจะเพิ่มความตึงเครียดของจิตใจ
    11. หลุมพรางของระยะห่าง : ระดับความสัมพันธ์ของผู้คนสามารถดูจากระยะห่างที่เป็นช่องว่างอากาศ
    12. หลุมพรางของความประทับใจครั้งแรก : ความประทับใจครั้งแรกยากที่จะลืม ผู้คนจะแก้ไขสิ่งที่มาทีหลังให้สอดคล้องกับความประทับใจครั้งแรก
    13. หลุมพรางของหมู่คณะที่รวมกันเป็นหนึ่ง : ในหมู่คณะที่มีความกลมเกลียวเป็นหนึงเดียวความสงสัยของคนคนหนึ่งจะถูกปิดกั้นไว้
    14. หลุมพรางของการเริ่มต้นใหม่ด้วยวิธีการเดิม : สาเหตุที่ผู้คนประสบความพ่ายแพ้อย่างใหญ่หลวงเป็นเพราะยึดมั่นในวิธีการเดิมไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
    15. หลุมพรางของการรายงานข่าว : เมื่อผู้คนรายงานข่าวซึ่งคนฟังไม่รู้สึกยินดี ในระหว่างการรายงานจะมีการหักเปอร์เซ็นต์
    16. หลุมพรางการเป็นฝ่ายตรงกันข้าม : ผู้คนมักยินดีจะนำความเห็นอันมีลักษณะตรงกันข้ามกับผู้อื่นมากล่าวว่าเป็นความผิดของยุคสมัย เพื่อยกระดับพฤติกรรมของตนเองให้สูงขึ้นสู่ระดับของ "สติปัญญา"
    17. หลุมพรางของการอธิบายบิดเบือน : ผู้คนล้วนมีแนวโน้มอย่างหนึ่งคือ เมื่อเรื่องราวอย่างหนึ่งทำให้เขาประทับใจ ก็จะมีความเห็นลำเอียงและพยายามบิดเบือนเรื่องต่างๆ ว่าต้องเป็นอย่างนั้นทั้งหมด
    18. หลุมพรางของความผูกพันทางมนุษยสัมพันธ์ : คนที่ไม่สนใจความเกี่ยวพันทางมนุษยสัมพันธ์จะมีความสามารถในการกุมอำนาจผู้นำ
  4. หลุมพรางของพฤติกรรม (เพราะเหตุใด แฟชั่นตามสมัยนิยมจึงสามารถจูงจมูกผู้คน)
    1. หลุมพรางของการตื่นตัวทางสรีระ : เมื่อสรีระทางร่างกายรู้สึกตื่นตัว หากมีเพศหญิงอยู่ในบริเวณนั้น จะทำให้เกิดเป็นความรู้สึกตื่นตัวทางกามารมณ์
    2. หลุมพรางของความหยาบช้าดุดัน : เมื่อผู้คนสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเองและคิดว่าสู้คนอื่นไม่ได้จะแสดงพฤติกรรมและถ้อยคำที่หยาบช้าดุดัน เพื่อให้ใจที่ไม่สมดุลนั้นกลับฟื้นคืนสภาพสมดุล
    3. หลุมพรางของความถูกต้องชอบธรรม : ผู้คนจะมุ่งอ้างพฤติกรรมของผู้มีอำนาจ เพื่อให้พฤติกรรมอันน่าอับอายของตนกลายเป็นความถูกต้องชอบธรรม
    4. หลุมพรางของควาทรงจำ : โดยจิตใต้สำนึกผู้คนหวังจะลืมความทรงจำที่ไม่มีความสุขและสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับมัน
    5. หลุมพรางของการถ่ายทอดข่าวสาร : ข่าวสารยิ่งคลุมเครือยิ่งมีแนวโน้มจะถูกบิดเบือนก่อนถ่ายทอดสู่คนอื่น
    6. หลุมพรางของการต่อเติมคำนิยาม : ผู้คนล้วนนำประสบการณ์และสภาวะจิตของตนเองเข้าผสมกับข่าวสารที่รับรู้มา จากนั้นจึงอธิบายบิดเบือนโดยอาศัยเจตจำนงของตนเอง
    7. หลุมพรางของข่าวลือ : ผู้คนค่อนข้างง่ายต่อการเชื่อข่าวลือที่ถูกบิดเบือนต่อเติมแล้วบอกต่อๆ กันมา อีกทั้งยังชอบช่วยกระจายข่าวลือ
    8. หลุมพรางของความหวาดหวั่น : เมื่อผู้คนตกสู่ความหวาดหวั่นมักถูกชักจูงโดยข่าวลือได้ง่าย
    9. หลุมพรางของสิ่งที่แพร่หลายตามสมัยนิยม : พฤติกรรมไล่ตามความทันสมัย อาจกล่าวได้ว่าเป็นกลวิธีหนึ่งในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตนเอง
    10. หลุมพรางของการเลียนแบบ : ผู้คนโดยปกติจะเลียนแบบพฤติกรรมความนิยมของบุคคลที่ตนเคารพนับถือ
    11. หลุมพรางของการอุปโลกน์ : เมื่อผู้อื่นอุปโลกน์ให้เราเป็นอะไร เป็นไปได้ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงไปตามนั้น
    12. หลุมพรางของการรู้รายละเอียดมากเกินไป : หากรู้รายละเอียดมากเกินไปกลับมีแนวโน้มทำให้พลาดเป้าหมาย
    13. หลุมพรางของที่หลบภัย : เมื่อที่หลบภัยส่วนตัวถูกรบกวน ผู้คนจะกระวนกระวายใจ
    14. หลุมพรางของการขจัดความกลัดกลุ้ม : เมื่อผู้คนเผชิญกับปัญหายุ่งยากมักพยายามเบนการตอบออกไปจากปัญหานั้น
    15. หลุมพรางของการทำตัวลึกลับไม่สอดคล้องกับคนทั้งหลาย : พฤติกรรมแบบเด็ก เช่นทำตัวลึกลับไม่สอดคล้องกับคนทั้งหลายเป็นการระบายความไม่พอใจของพวกผู้ใหญ่
    16. หลุมพรางของความใกล้ชิด : การติดต่อกันบ่อยๆ เปรียบกับการติดต่อกันแบบรวดเดียวนานๆ การติดต่อบ่อยครั้งจะทำให้คนรู้สึกใกล้ชิดกันยิ่งกว่า
    17. หลุมพรางของการปะปนมากับความมืดสลัว : "สะเก็ดไฟเท่าแสงดาวสามารถลุกลามไหม้ทุ่งกว้าง" ผู้คนมักไม่รู้สึกถึงสิ่งเร้าที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น
    18. หลุมพรางของการสำแดงพลังท่ามกลางอันตราย : ในขณะพบอันตรายล่อแหลมแบบชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย มนุษย์จะสำแดงพลังความสามารถออกมาอย่างไม่เคยมีมาก่อน
    19. หลุมพรางของการปรับตัวให้สอดคล้องกัน : ท่ามกลางหมู่คณะ การวินิจฉัยของคนคนหนึ่งล้วนพยายามให้สอดคล้องกับมาตรฐานของหมู่คณะ
    20. หลุมพรางของการว่าตามกัน : เมื่อผู้คนอยู่ท่ามกลางกลุ่มมหาชนจะถูกชักจูงได้ง่ายและไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ทำ
    21. หลุมพรางของการนำ : ภายใต้การนำแบบเผด็จการ จิตสำนึกของการติดต่อระหว่างสมาชิกจะค่อนข้างจืดจางและความรู้สึกเป็นศัตรูจะเพิ่มทวี
    22. หลุมพรางของการเข้าร่วม : ขอเพียงผู้คนมีส่วนเข้าร่วมการสรุป แม้การสรุปนั้นจะไม่เป็นผลดีต่อตนเองก็ไม่ถึงกับเกิดความไม่พอใจต่อการสรุปนั้น
    23. หลุมพรางของความต้องการสหายมาอยู่ข้างกาย : ผู้คนต้องการสหายมาอยู่ข้างกายเมื่อจิตใจหวาดหวั่น
    24. หลุมพรางของการกลับไปเริ่มต้นใหม่ : เมื่อผู้คนมุ่งมั่นเพื่อบรรลุเป้าหมายแต่เคราะห์ไม่ดีพบอุปสรรคเพื่อหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้พวกเขายินดีกลับไปเริ่มต้นที่จุดตั้งต้นใหม่
    25. หลุมพรางของการยอมอ่อนข้อ : เมื่อผู้ได้เปรียบได้รับการยอมรับว่าเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบเขาจะอ่อนข้อลง
    26. หลุมพรางของการถูกจับตามอง : เมื่อผู้คนรู้สึกตัวว่ากำลังถูกผู้อื่นจับตามอง ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะถูกบั่นทอนลง
  5. หลุมพรางของความสมัครใจ (เพราะเหตุใด ผู้คนจึงแสดงออกอย่างเด่นชัดว่าไม่มีกำลังฮึดสู้)
    1. หลุมพรางของการเห็นด้วย : เมื่อผู้นั้นแสดงความเห็น และความเห็นนั้นได้รับการยอมรับทั้งหมด เขาจะยอมถอนความเห็นของตนเองแล้วแสดงความเห็นด้วยกับฝ่ายตรงข้าม
    2. หลุมพรางของการบีบบังคับให้เห็นด้วย : เมื่อผู้คนถูกเกลี้ยกล่อมแบบบังคับ แม้ว่าพวกเขาจะเข้าใจในเนื้อความที่ฟังมา แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะปฏิเสธ
    3. หลุมพรางของการแบ่งเป้าหมาย : การแบ่งเป้าหมายเป็นระยะสั้นๆ หลายช่วงช่วยให้มีกำลังใจในการมุ่งมั่น
    4. หลุมพรางของคำสั่ง : รูปแบบการออกคำสั่งมีอิทธิพลยิ่งกว่าเนื้อความในคำสั่ง
    5. หลุมพรางของการลงความเห็น : เมื่อผู้นั้นถูกติดเครื่องหมาย คนทั้งหลายจะเหมาว่าเขาเป็นอย่างนั้น
    6. หลุมพรางของความเคยชิน : การเอาใจใส่กับพฤติกรรมที่กระทำโดยจิตใต้สำนึก จะทำให้ผู้คนไม่สามารถสร้างความเคยชินในขณะฝึกสิ่งใหม่ๆ
    7. หลุมพรางของจิตระมัดระวัง : เมื่อจิตระมัดระวังถูกตีแตกผู้คนจะอ่อนกำลังลง
    8. หลุมพรางของการทำพลาด : การมาสายกับการทำพลาดล้วนเป็นสิ่งแสดงว่าคนผู้นั้นขาดกำลังใจในการทำงาน
    9. หลุมพรางของการแยกให้แตกต่าง : ในขณะที่ผู้คนไม่พอใจต่อความเป็นอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็จะมองว่าเป็นการพักพิงชั่วคราว แยกมันออกจากตัวตนที่แท้จริงของตนเอง
    10. หลุมพรางของการขมขู่ : กลวิธีการข่มขู่หากห่างไกลจากความสมเหตุสมผลมากเกินไปจะไม่ก่อเกิดประสิทธิผล

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

ความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีสารสนเทศกับระบบสารสนเทศ

ความแตกต่างระหว่าง เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) กับ ระบบสารสนเทศ (IS)


เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)
    กระบวนการต่างๆ ในระบบงานที่ช่วยให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ โดยการนำเอาเทคโนโลยี การจัดการ และการจัดองค์กรมาใช้ร่วมกัน
    เทคโนโลยีการประมวลผลสารสนเทศ ซึ่งครอบคลุมการรับ ส่ง แปลง จัดเก็บ ประมวลผล และการสืบค้นสารสนเทศ ซึ่งในที่นี้มี 3 ชนิด คือ คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร ข้อมูลมัลติมีเดืย


ระบบสารสนเทศ (Information System)
    IS ระบบการรวบรวมองค์ประกอบต่าง ๆ (ข้อมูล การประมวลผล การเชื่อมโยง เครือข่าย ) เพื่อนำเข้า (Input) แล้วนำมาผ่านกระบวนการประมวลผล (Process) อาจใช้คอมพิวเตอร์ช่วย เพื่อเรียบเรียง เปลี่ยนแปลง และจัดเก็บ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ (Output)
    ระบบสารสนเทศ ที่ทำหน้าที่รวบรวม ประมวลผล จัดเก็บ และแจกจ่ายสารสนเทศ เพื่อช่วยการตัดสินใจ และการควบคุมในองค์กร
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
  • Input คือ Data ซึ่งเกิดจากเก็บการรวบรวมสมาชิกหรือองค์ประกอบของระบบ
  • Processing คือ การเปลี่ยนแปลง หรือการแปรสภาพข้อมูลที่จะนำเข้าสู่ระบบ
  • Output Information ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ได้เนื่องจากการประมวลผลของแฟ้มข้อมูล
  • Feedback คือ ผลลัพธ์ที่ได้จาการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ในการนำข้อมูลเข้า

ความแตกต่างระหว่าง IT และ IS คือ
IT คือ เทคโนโลยีในการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานจัดการกับข้อมูล ข่าวสาร หรือที่เรียกว่าสารสนเทศส่วน
IS เป็นระบบที่ประกอบด้วยกลุ่มคน กระบวนการ และทรัพยากร (H/W, S/W, P/W) ที่ทำการเก็บรวบรวมและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อประมวลผลข้อมูล และผลิตสารสนเทศที่ต้องการ เพื่อนำไปใช้งานในองค์กร

ศัพท์เฉพาะ
H/W : Hardware
S/W : Software
P/W : Peopleware

[Pangya] ทำบ้านเหมือนร้านอินเทอร์เน็ต สำหรับ Windows XP เพื่อทำให้เกมปังย่ามีโปรโมชั่นเหมือนร้านเน็ต

ทำตามภาพเลย


ที่นี้เราจะทำการ ตั้งค่า IP  กัน
เข้าที่ Start>All Program>Accessories>Communication>Network Connections ตามภาพ

ให้คลิ๊กขวา ที่ Local Area Connection เเล้วเลือก Properties

พอเข้าเกมแล้วให้ดูตรงมุมซ้าย เขียนว่า  Internet cafe promotion

Driver Cruzer-Mini



System Requirements
OS : Windows 98SE

download driver

[Windows Batch File] LAN Chat


download program