แปลภาษา (Translate)

โฆษณาของyengo

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ยูกิโอ (YU-GI-OH)


Signature Card
http://yugioh.wikia.com/wiki/Signature_card

YGOPro EN, YGOPro Percy
http://www.ygopro.co

YGOPro TH
http://www.ygopro.in.th
https://www.facebook.com/ygoproth
http://ygoproth.blogspot.com

YGOPro DevPro
http://ygopro.de
http://ygopro.de/en
http://devpro.org

YGOPro TDOANE (The Dawn Of A New Era)
http://ygopro.org
http://ygopro.org/category/downloads
http://ygopro.me
http://fs1.d-h.st/download/00121/xgP/YGOPRO%20Dawn%20of%20a%20New%20Era.7z
https://shared.com/4pd9djv3pp?s=l

YGOPro Phoenix
http://www.torneosphoenix.com
http://ygopro-phoenix.blogspot.mx
http://www.torneosphoenix.com/t6657-descarga-ygopro-phoenix-10330-v4
https://mega.co.nz/#!JBYUmK4R!kq142CSPbOSbtKOK2o3odTS3DdZiX6VgAF1ROSY9KtA
https://mega.co.nz/#!0t8SQJoQ!eJTVGCVHxKgZF7X4jf0XdUDVo-UN-CsROM9Zg6eFxjo

YGOPro Titan
http://dark-titan.sudamericaforo.com
http://www.mediafire.com/download/8xgxmahhp6xk89v/YGO+Pro+Titan.7z
http://dark-titan.sudamericaforo.com/t205-ygopro-titan-ultima-version

YGOPro Salvation
http://ygopro.us

YGOPro 2
http://www.mediafire.com/file/lz725u413uz8cwt/ygopro2+English.zip
https://mega.nz/#!xV9SnCwQ!YDlLBUj5jYB9YUTa4wQ7JK9dKEmlU8xdosUw2OeIrrE
https://discordapp.com/channels/253945062625378304/253948340390068226

How to play YGOPro Video
https://www.youtube.com/channel/UCSDAUuvhkbdt7PhcGfTZdEQ

Program Make YU-GI-OH Card
Yu-Gi-Oh Card Maker
http://www.yugiohcardmaker.net
Yu-Gi-Oh Card Creater
http://yugico.com/yugioh-card-creator
Yugioh Card Maker 1.0
http://www.mediafire.com/download/7qqfq8gg2533f37/Yugioh+Card+Maker+1.0.rar

ข้อแตกต่างของการ์ดยูกิของแต่ละประเทศ
การ์ดยูกิภาษาญี่ปุ่น
http://1.bp.blogspot.com/-Oeatomhh54U/U4634hxmHYI/AAAAAAAABfI/VqZ6jtOSFT4/s1600/MonsterRebornBE1-JP-UR-RESIZED.jpg
การ์ดยูกิภาษาอังกฤษ
http://3.bp.blogspot.com/-1V2FYrOZUdM/U464TzeSG4I/AAAAAAAABfQ/Rahe_ySxcFg/s1600/Yu-Gi-Oh-card-yu-gi-oh-17637364-400-582.jpg
การ์ดยูกิภาษาไทย
http://1.bp.blogspot.com/-vpZQm-MidxQ/U464dTjd7pI/AAAAAAAABfY/N8wG2W0qWz4/s1600/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95.jpg

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิชาความสามารถทั่วไป


วิชาความสามารถทั่วไป
  • ความสามารถทางด้านตัวเลข
    • อนุกรมธรรมดา
      • วิธีบวก
        • เพิ่มแบบเท่ากัน
          • 0 2 4 6 ... เพิ่มครั้งละ 2 ตัวถัดไปคือ 8 มาจาก 6+2
        • เพิ่มแบบไม่เท่ากัน
          • 1 2 4 7 ... เพิ่มครั้งละ 1, 2, 3, 4 ตัวถัดไปคือ 11 มาจาก 7+4
        • เพิ่มแบบซับซ้อน
          • 6 7 10 11 15 16 ... เพิ่มครั้งละ 1, 3, 1, 4, 1, 5 ตัวถัดไปคือ 21 มาจาก 16+5
      • วิธีลบ
        • ลดครั้งละเท่า ๆ กัน
          • 15 11 7 3 ... ลดลงครั้งละ 4 ตัวถัดไปคือ -1 มาจาก 3-4
        • ลดลงแบบไม่เท่ากัน
          • 100 95 85 70 50 ... ลดลงครั้งละ 5, 10, 15, 20, 25 ตัวถัดไปคือ 25 มาจาก 50-25
      • วิธีคูณ
        • ใช้การคูณแบบธรรมดา
          • 2 4 8 16 ... ใช้ 2 คูณ ตัวถัดไปคือ 32 มาจาก 16 x 2
        • ตัวคูณเป็นจำนวนลบ
          • 3 -6 12 -24 ...  ตัวคูณคือ -2 ตัวถัดไปคือ 48 มาจาก -24 x -2
        • ใช้ตัวคูณแบบซับซ้อน
          • 4 4 8 8 24 24 96 96 ... ตัวคูณคือ 1, 2, 1, 3, 1, 4, 1, 5 ตามลำดับ ตัวถัดไปคือ 480 มาจาก 96 x 5
      • วิธีหาร
        • หารแบบธรรมดา
          • 100 20 4 ... ใช้ 5 หาร ลำดับถัดไปคือ 4/5
        • ใช้การหารแบบมีกลไก
          • 80 80 40 10 ... ตัวหารคือ 1, 2, 4, 8 ตามลำดับ ตัวถัดไปคือ 10/8 ทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำคือ 5/4
      • ยกกำลัง
        • ยกกำลังธรรมดา
          • 2 4 8 16 ... ลำดับการยกกำลัง คือ 2^1, 2^2, 2^3, 2^4 ลำดับถัดไปคือ 32 มาจาก 2^5
        • ยกกำลังด้วยจำนวนติดลบ
          • 1/2^4 1/3^4 1/4^4 ลำดับการยกกำลัง คือ 2^-4, 3^-4, 4^-4 ลำดับถัดไปคือ 1/5^4 มาจาก 5^-4
        • ยกกำลังแบบซับซ้อน
          • 2 2 4 2 8 ... ลำดับการยกกำลังคือ 2^1, 2^1, 2^2, 2^1, 2^3 ลำดับถัดไปคือ 2 มาจาก 2^1
      • ลำดับอักษร
        • แบบธรรมดา
          • A B C ... ตัวถัดไปคือ D (ใช้ลำดับตัวอักษรในภาษาอังกฤษในการวิเคราะห์ A=1, B=2, C=3, D=4)
        • แบบซับซ้อน
          • A Z B Y ... ตัวถัดไปคือ C (ใช้ลำดับตัวอักษรในภาษาอังกฤษในการวิเคราะห์ A=1, Z=26, B=2, Y=25, C=3)
    • อนุกรมแบบผสม
      • ลำดับทีละตัว
        • 1 3 5 8 11 15 19 ... ลำดับคือการเพิ่มขึ้นครั้งละ 2, 2, 3, 3, 4, 4, 5, 5 ตามลำดับ ตัวถัดไปคือ 24 มาจาก 19+5
      • แบ่งคู่คี่
        • 3 2 6 6 12 18 ... อนุกรมชุดแรก 3 6 12 ... เกิดจากการทำ 2 คูณ ตัวถัดไปของชุดแรกคือ 24 มาจาก 12 x 2 อนุกรมชุดที่สอง 2 6 18 

    • อนุกรมหลายชั้น


      • อนุกรมหนึ่ง
        5
        4
        3
        2
        1
        อนุกรมสอง
        1
        3
        6
        7
        9

        ผลรวมตัวเลขทุกตัวเมื่ออนุกรมถูก
        40
        ข้อนี้ตอบ ค ผิดที่เลข 6 ในอนุกรมสอง
        อนุกรม 1 เรียงถูกต้องคือลดลงครั้งละ 1
        อนุกรมสองเพิ่มครั้งละ 2 จุดที่ผิดคือเลข 6 ในอนุกรมสอง ที่ถูกต้องคือ 1 3 5 7 9
    • อนุกรมสัมพันธ์
    • อนุกรมเชิงซ้อน
    • หาที่ผิดในอนุกรม
    • ทักษะทางตัวเลข
    • คณิตศาสตร์เหตุผล
  • ความสามารถทางด้านภาษา
  • ความสามารถทางด้านเหตุผล
  • ความสามารถทางพื้นฐานคณิตศาสตร์
  • การวิเคราะห์สรุปเหตุผล

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network System)

เครือข่ายคอมพิวเตอร์คืออะไร
คือ เครือข่ายการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้

วิวัฒนาการก่อนที่จะมาเป็นระบบเครือข่าย
  • การทำงานแบบรวมศูนย์ (Centralization Computer) : เครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม(Mainframe)จะมีเพียงเครื่องเดียว ผู้ใช้แต่ละคนจะมีแค่จอภาพและคีบอร์ดที่เรียกว่า "Dump Terminal" เชื่อมต่อเข้าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม
  • ใช้คนเดินรับส่งข้อมูล (Sneakernet) : เมื่อมีไมโครคอมพิวเตอร์ (MicroComputer) เกิดขึ้น ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละคนก็จะมีพิวเตอร์เป็นของตัวเองทำงานแบบเดี่ยวๆ (Stan-alone) การที่จะส่งข้อมูลให้กับอีกคนหนึ่งต้องบันทึกลงแผ่นดิสก์เก็ตหรือแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ (Floppy Disk) แล้วเดินไปส่งให้ผู้อื่น
  • ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) : เพื่อลดระยะเวลาในการส่งข้อมูลจึงได้มีการนำสายสัญญาณเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ จึงได้มาเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน และได้พัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ได้ทั้งแบบมีสาย (Wired) และไร้สาย (Wireless) และมีความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ประโยชน์ของการสร้างเครือข่าย
  • เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
  • เพื่อการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
  • เพื่อการประหยัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่าย
  • คอมพิวเตอร์อย่างน้อย 2 เครื่องขึ้นไป
  • การ์ดแลน (LAN Card) หรือ เน็ตเวิร์คการ์ด (NIC : Network Interface Card)
    • ใช้กับพอร์ต ISA ขนาบัส 16 บิต
    • ใช้กับพอร์ต PCI ขนาดบัส 32 บิต

  • สื่อกลางและอุปกรณ์สำหรับรับส่งข้อมูล
    • อุปกรณ์เครือข่าย
      • ฮับ (Hub) หรือ รีพีตเตอร์ (Repeater)
      • สวิตช์ (Switch)
      • เราเตอร์ (Router)
    • สายสัญญาณ
      • สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable)
      • สายคู่เกลียวบิด (Twisted Pairs)
        • UTP (Unshielded Twisted Pair)
      • สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)
  • โปรโตคอล (Protocol)
    • IPX/SPX (Internet Packet Exchange/Sequenced Packet Exchange)
    • TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol)
  • ระบบปฏิบัติการเครือข่าย (NOS : Network Operating System)
    • Novell Netware
    • Microsoft Windows Server
    • Oracle Sun Solaris
    • Linux Red Hat

อุปกรณ์เครือข่าย
  • เครื่องแม่ข่าย (Server)
  • เครื่องลูกข่าย (Client)
  • ฮับ (Hub)
  • สวิตช์ (Switch)
  • เราต์เตอร์ (Router)
  • บริดจ์ (Bridge)
  • เกตเวย์ (Gateway)

การเชื่อมโยงเครือข่าย
สื่อกลางการสื่อสารที่ใช้ในการเชื่อมโยงอุปกรณ์เพื่อสร้างเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้แก่
  • สายเคเบิลไฟฟ้า
  • สายใยแก้วนำแสง
  • คลื่นวิทยุ
  • แสงอินฟราเรด

ประเภทของเครือข่าย ใช้สื่อกลางการเชื่อมโยงของเครือข่ายเป็นเกณฑ์
  • เทคโนโลยีแบบใช้สาย
    • สายคู่บิด (Twisted Pairs)
      • UTP (Unshielded Twisted Pair)
      • STP (Shielded Twisted Pair)
    • สายโคแอคเชียล (Coaxial Cable)
    • ใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)
  • เทคโนโลยีไร้สาย
    • ดาวเทียมสื่อสาร
    • ระบบเซลลูลาร์และ PCS
    • เทคโนโลยีวิทยุและการแพร่กระจายสเปกตรัม
    • การสื่อสารอินฟราเรด
    • เครือข่ายทั่วโลก
  • เทคโนโลยีที่แปลกใหม่
    • IP Over Avian Carriers
    • ขยายอินเทอร์เน็ตเพื่อมิติอวกาศผ่านทางคลื่นวิทยุ

ประเภทของเครือข่าย ใช้ขนาดทางกายภาพของเครือข่ายเป็นเกณฑ์
  • เครือข่ายของการติดต่อระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์ (CAN : Controller Area Network หรือ MCU : Micro Controller Unit)
  • เครือข่ายข้อมูล (SAN : Storage Area Network)
  • เครือข่ายท้องถิ่น (LAN : Local Area Network) เช่น Intranet
    • เครือข่ายส่วนบุคคล (PAN : Personal Area Network) 
    • เครือข่ายวิทยาเขต (Campus Network)
  • เครือข่ายบริเวณกว้าง (WAN : Wide Area Network) เช่น Internet
    • เครือข่ายพื้นที่เมือง (MAN : Metropolitan Area Network)
    • เครือข่ายทั่วโลก (GAN : Global Area Network)

ประเภทของเครือข่าย ใช้หน้าที่การทำงานของคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายเป็นเกณฑ์
  • เครือข่ายแบบเท่าเทียม (P2P : Peer-to-Peer Network)
  • เครือข่ายแบบผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ (Client-Server Network)

ประเภทของเครือข่าย ใช้ขอบเขตความเป็นเจ้าของเป็นเกณฑ์
  • เครือข่ายส่วนบุคคล (Intranet)
  • เครือข่ายสาธารณะ (Internet)
  • เครือข่ายร่วม (Extranet)

เน็ตเวิร์คโมเดล (Network Model)
  • OSI Model (Open System Interconnect Reference Model)
    • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอพพลิเคชั่น (Application Layer)
      • Layer 7 : Application
      • Layer 6 : Presentation
      • Layer 5 : Session
    • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง (Transport Layer)
      • Layer 4 : Transport
    • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต (Internet Layer)
      • Layer 3 : Network
    • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อบนเน็ตเวิร์ค (Network Interface Layer)
      • Layer 2 : Data Link
      • Layer 1 : Physical
  • TCP/IP Model (Transmission Control Protocol/Internet Protocol Model)
    • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอพพลิเคชั่น (Application Layer)
      • HTTP
      • FTP
      • SMTP
      • DNS
      • RIP
      • SNMP
    • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง (Transport Layer)
      • TCP
      • UDP
    • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต (Internet Layer)
      • IGMP
      • ND
      • MLD
      • ICMP
      • ICMPv6
      • ARP
      • IPv4
      • IPv6
    • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อบนเน็ตเวิร์ค (Network Interface Layer)
      • Ethernet
      • IEEE 802.11 Wireless LAN
      • Frame Relay
      • ATM (Asynchronous Transfer Mode)

องค์ประกอบพื้นฐานของการติดต่อสื่อสาร
  • เครื่องต้นทาง (Source)
  • เครื่องปลายทาง (Destination)
  • สื่อกลาง (Network)

โพรโทคอล (Protocol)
  • IEEE 802
    • อีเธอร์เน็ต (Ethernet)
      • โปรโตคอล CSMA/CD (Carrier Sense Multiple Access with Collision Detection)
    • Wireless LAN
  • Internet Protocol Suite หรือ TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol)
  • SONET/SDH (Synchronous Optical Networking/Synchronous Digital Hierarchy)
  • ATM (Asynchronous Transfer Mode)

โทโพโลยีเครือข่าย (Network Topology)
  • รูปแบบสามัญ
    • เครือข่ายแบบเส้น (Line Topology)
    • เครือข่ายแบบบัส (Bus Topology)
    • เครือข่ายรูปดาว (Star Topology)
    • เครือข่ายวงแหวน (Token Ring Topology)
    • เครือข่ายตาข่าย (Mesh Topology)
    • ต้นไม้ (Tree Topology)
    • เครือข่ายที่เชื่อมต่ออย่างเต็มที่ (Fully Connected Topology)
    • เครือข่ายแบบผสม (Hybrid Topology)
  • เครือข่ายซ้อนทับ

ประเภทเทคโนโลยี LAN
  • อีเธอร์เน็ต (Ethernet)
    • Ethernet มีอัตราการส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธที่ 10 Mbps
    • Fast Ethernet มีอัตราการส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธที่ 100 Mbps
    • Gigabit Ethernet มีอัตราการส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธที่ 1,000 Mbps หรือ 1 Gbps
    • 10G Ethernet (Ten Gigabit Ethernet) มีอัตราการส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธที่ 10 Gbps
  • ATM (Asynchronous Transfer Mode)
  • เครือข่ายแบบโทเคนริง (Token Ring)
  • FDDI

ประเภทของอีเธอร์เน็ต (Ethernet) แบ่งตามความเร็ว
  • Ethernet มีอัตราการส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธที่ 10 Mbps
  • Fast Ethernet มีอัตราการส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธที่ 100 Mbps
  • Gigabit Ethernet มีอัตราการส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธที่ 1,000 Mbps หรือ 1 Gbps
  • 10G Ethernet (Ten Gigabit Ethernet) มีอัตราการส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธที่ 10 Gbps


ประเภทของอีเธอร์เน็ต (Ethernet)
  • แชร์อีเธอร์เน็ต (Shared Ethernet)
  • สวิตช์อีเธอร์เน็ต (Switch Ethernet)

ประเภทเทคโนโลยี WAN
  • รีโมทแอ็กเซส (Remote Access)
  • สายคู่เช่า (Leased Line)
  • ISDN (Integrated Service Digital Network)
  • ADSL (Asynchronous Digital Subscribe Line)
  • Frame Relay
  • ระบบดาวเทียม

ประเภทของเครือข่ายแบ่งตามหน้าที่ของคอมพิวเตอร์
  • เครือข่ายแบบเท่าเทียม (P2P : Peer-to-Peer Network)
  • เครือข่ายแบบผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ (Client/Server Network)

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ชโย เว็บไซต์



ชื่อโปรแกรม : ชโย เว็บไซต์ โปรแกรมอรรถประโยชน์
อนุญาต(License) : ฟรีแวร์(Freeware)
ประเภทของโปรแกรม : เว็บไซต์(Website), เว็บไซต์โปรแกรม(Website Program), Web Application
ภาษาที่ใช้ในการพัฒนา : HTML, CSS, JavaScript, PHP
โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา : Macromedia Dreamweaver, Notepad++, Adobe PhotoShop

ความต้องการของระบบ(System Requirements)
หน่วยประมวลผลที่รองรับ(CPU Compatible) : ทุกชนิด
ระบบปฏิบัติการ(OS : Operating System) : ทุกระบบปฏิบัติการ

รายละเอียดและข้อตกลงการใช้งาน
- หากเกิดปัญหาอะไรก็ตามที่มาจากการงานใช้โปรแกรมของผู้ใช้ ทางผมขอไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากโปรแกรมนี้ผมสร้างเพื่อการศึกษาภาษา HTML, CSS, JavaScript และPHP

บันทึกการเปลี่ยนแปลง(Change Logs)
ยังไม่มีการปรับปรุงโปรแกรม

เข้าใช้งานโปรแกรมได้ที่
http://chayo.comyr.com
http://chayo.16mb.com

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วิธีสร้าง Account ใหม่ สำหรับคนซื้อเครื่อง MAC มือสองแล้วติดรหัสผ่าน

1. Restart เครื่องคอมพิวเตอร์
2. หลังจากได้ยินเสียง "ผ่าง" ให้กดปุ่ม Command + S ค้างไว้ หากใครใช้คีย์บอร์ดของเครื่อง PC ทั่วไป ให้กดปุ่ม Windows + S ค้างไว้
3. คุณจะเห็นหน้าต่าง Terminal Prompt
ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้...

พิมพ์คำสั่งที่ 1
mount -uw /
กดปุ่ม Enter

พิมพ์คำสั่งที่ 2
rm /var/db/.AppleSetupDone
กดปุ่ม Enter

พิมพ์คำสั่งที่ 3
shutdown -h now
กดปุ่ม Enter

เมื่อบูตเครื่องขึ้นมาใหม่มันจะให้สร้าง Administrator Account อันใหม่

Credit : http://freemac.net

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

การ forward port ของ tp-link td-w8901g สำหรับสร้างห้องเล่นเกม warcraft 3 the frozen throne ผ่าน tcg

ขั้นตอนการทำ
ให้ทำการเสียบสายแลนเข้ากับ ADSL Modem ที่ช่องหมายเลข 1 (ควรที่จะคอนฟิกผ่านสายแลนเท่านั้น ไม่ควรคอนฟิกผ่าน Wireless)

1. ให้เปิด Web Browser เป็น Google Chrome หรือ Internet Explorer ก็ได้ แล้วพิมพ์หมายเลขไอพี 192.168.1.1 บนช่อง address แล้วกด Enter
2. ให้กรอก username และ password เป็น
username : admin
password : admin
3. ให้คลิกเลือกแท็บ Advanced Setup ตรง Firewall : ให้ติ๊กเลือก Disabled แล้วกดปุ่ม SAVE เพื่อทำการบันทึก
4. คลิกเลือกแท็บ NAT แล้วคลิกเลือก Virtual Server
5. คลิก Start แล้วเลือกพิมพ์ run ที่ช่อง Search แล้วกด Enter
6. พิมพ์ cmd แล้วกดปุ่ม OK
7. พิมพ์ ipconfig แล้ว Enter


8. ให้สังเกตที่ IPv4 Address ให้จดเอาไว้ ของผมเป็น 192.168.1.7

9. กลับมา ตรง Virtual Server ให้กรอกข้อมูลตามนี้ ตรง Local IP Address : ให้กรอกไอพีที่ผมบอกให้จดเอาไว้
10. เสร็จแล้วก็ให้ทำการปิด Firewall ของระบบปฏิบัติการ Windows ด้วย

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

การสร้าง Internet Connection สำหรับ Dial-up Modem 56 Kbps บน Windows XP

สิ่งที่ต้องมี
1. คุณต้องมีโทรศัพท์บ้าน และใช้บริการโทรศัพท์ของหน่วยงานนั้นๆอยู่
2. Dial-up Modem จะเป็นแบบ Internal Modem หรือ External Modem ก็ได้

ขั้นตอนวิธีการทำ
เมื่อเสียบสายโทรศัพท์(หัวแบบ RJ11)เข้ากับ Dial-up Modem 56 Kbps แล้วให้
1. คลิกปุ่ม Start
2. เลือก All Programs
3. เลือก Accessories
4. คลิกเลือก New Connection Wizard
5. คลิกปุ่ม Next
6. คลิกเลือก Connect to the Internet แล้วคลิกปุ่ม Next
7. คลิกเลือก Set up my connection manually แล้วคลิกปุ่ม Next
8. คลิกเลือก Connect using a dial-up modem แล้วคลิกปุ่ม Next
9. พิมพ์ชื่อหน่วยงานผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต หรือ ISP(Internet Service Provider) ส่วนผมจะใส่ชื่อเป็น TOT แล้วคลิกปุ่ม Next
10. พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ ผมจะใส่เป็น 1222 แล้วคลิกปุ่ม Next
11. พิมพ์ Username และ Password ลงไป ในที่นี้ผมจะใส่เป็น
Username: U89$0y)9@totonline.net
Password: j4**9c+p
Confirm password: j4**9c+p
แล้วคลิกปุ่ม Next
12. คลิกเลือก Add a shortcut to this connection to my desktop เพื่อจะได้แสดงไอคอนไว้ที่หน้า Desktop เสร็จแล้วให้คลิปุ่ม Finish
13. กลับมาที่หน้า Desktop ให้ดับเบิลคลิกที่ไอคอน TOT (มันจะเป็นชื่อหน่วยงานผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ที่เราตั้งค่าไว้ตอนแรก)
14. กด Dial รอการเชื่อมต่อ
15. เมื่อเชื่อมต่เสร็จสิ้นจะมีไอคอนรูปคอมพิวเตอร์2เครื่องอยู่บน Taskbar ด้านล่างขวา

รหัสอินเตอร์เน็ตฟรี
หน่วยงาน
UserName
Password 
Tel
ค่าใช่จ่าย
TOT
U89$0y)9@totonline.net
j4**9c+p
1222
2 ช.ม.ตัด  3 บาท/ครั้ง
TOT
totonline@totonline.net
totonline
1222
2 ช.ม.ตัด  3 บาท/ครั้ง
TOT
tot1288@totonline.net
tot1288 
1222
2 ช.ม.ตัด  3 บาท/ครั้ง
TOT
woody2002@totonline.net
woody
1222
2 ช.ม.ตัด  3 บาท/ครั้ง
TOT
480783@totonline.net
823067
1222
2 ช.ม.ตัด  3 บาท/ครั้ง
TT&T
tclick@ttt
ไม่ต้องไส่
*998

TA 
easy
ไม่ต้องใส่
029000000

TOT
schoolnet@moe.go.th
netschool
1222

TOT
ployygot@totonline.net
internet
1222
 ช.ม.ตัด  บาท/ครั้ง
TOT
480783@totonline.net
823067
1222
 ช.ม.ตัด  บาท/ครั้ง

การสร้างแผ่น Startup Disk สำหรับบูตเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วย Windows 98

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. แผ่นดิสก์ (Diskette) ขนาด 3.5 นิ้ว ความจุ 1.44 MB
2. แผ่น CD-ROM ระบบปฏิบัติการ Windows 98

จุดประสงค์
1. ใช้สำหรับบูตเครื่อง เวลาเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นกับระบบ Windows  และไม่สามารถบูตเครื่องเข้า Windows แบบปกติได้

ขั้นตอนการทำ
1. คลิกปุ่ม Start
2. คลิกเลือก Settings
3. คลิกเลือก Control Panel
4. ดับเบิลคลิกที่ไอคอน Add/Remove Programs
3. คลิกเลือกแท็บ Startup Disk
4. ใส่แผ่น Diskette ลงใน Floppy Disk Drive หรือ Drive A:
5. ใส่ CD-ROM Windows 98 ลงใน ODD (Optical Disk Drive) หรือ CD-ROM Drive
6. คลิกปุ่ม Create Disk
7. ให้คลิกปุ่ม OK เพื่อหาไฟล์จากแผ่นติดตั้ง Windows 98
8. คลิกเลือกตำแหน่งไฟล์ติดตั้ง Windows 98
9. คลิกปุ่ม OK

หมายเหตุ
หากจะต้องการบูตเข้าแผ่น Startup Disk ต้องเข้าไปตั้งค่าในไบออสให้บูตจาก Floppy Disk เป็นอันดับแรก

ตรวจเช็คไดรเวอร์ของเครื่องจาก Windows

ขั้นตอนการตรวจสอบไดรเวอร์ของระบบปฏิบัติการ Windows 98 และ Windows ME
1. คลิกขวาที่ My Computer
2. คลิก Properties
3. คลิกเลือกแท็บ Device Manager
4. คลิกเครื่องหมายบวกจะปรากฏไดรเวอร์ที่ต้องการตรวจสอบ หากเป็นเครื่องหมาย ? สีเหลืองแสดงว่ายังไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์

ขั้นตอนการตรวจสอบไดรเวอร์ของระบบปฏิบัติการ Windows XP
1. คลิกขวาที่ My Computer
2. คลิก Properties
3. คลิกเลือกแท็บ Hardware
4. คลิกปุ่ม Device Manager
5. คลิกเครื่องหมายบวกจะปรากฏไดรเวอร์ที่ต้องการตรวจสอบ หากเป็นเครื่องหมาย ? สีเหลืองแสดงว่ายังไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์

ขั้นตอนการตรวจสอบไดรเวอร์ของระบบปฏิบัติการ Windows 7
1. คลิกขวาที่ My Computer
2. คลิก Properties
3. คลิกเลือก Device Manager
4. คลิกเครื่องหมายบวกจะปรากฏไดรเวอร์ที่ต้องการตรวจสอบ หากเป็นเครื่องหมาย ? สีเหลืองแสดงว่ายังไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

ความปลอดภัยของข้อมูล

ประเภทการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูล
  • การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security)
  • การรักษาความปลอดภัยด้านการสื่อสาร (Communication Security)
  • การรักษาความปลอดภัยการแผ่รังสี (Emissions Security)
  • การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ (Computer Security)
  • การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security)

วิธีป้องกันและรักษาความปลอดภัย
  • ยุคโบราณ
    • บันทึกลงดินเหนียว แผ่นหิน, แผ่นไม้, แผ่นหนัง, กระดาษ, สักลงผิวหนัง
    • ไม่สนทนากับผู้อื่น หรือ ไม่บอกข้อมูลลับให้ผู้อื่นทราบ
    • ปกป้องทรัพย์สินที่เป็นวัตถุ
  • ยุคจูเลียส ซีซาร์
    • ซ่อนข้อมูล หรือการเข้ารหัส
  • ยุคปัจจุบัน
    • ใช้มาตรฐาน Tempest (ควบคุมการแผ่รังสีของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์)
    • เดวิด เบลล์ และลีโอนาร์ด แบ่งความปลอดภัยข้อมูลของรัฐสภาสหรัสเป็น ๔ ชั้น
      • ไม่ลับ (Unclassified)
      • ลับ (Confidential)
      • ลับมาก (Secret)
      • ลับมากที่สุด (Top Secret)
    • มาตรฐาน TNI (Trusted Network Interpretation) : Red Book
    • การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล INFOSEC เป็นการรวมความปลอดภัยทั้งหมดไว้ด้วยกัน
      • การรักษาความปลอดภัยด้านการสื่อสาร (COMSEC : Community Security)
      • การรักษาความปลอดภัยด้านการแผ่รังสี (EMSEC : Emissions Security)
      • การรักษาความปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์ (COMPSEC : Computer Security)
      • การรักษาความปลอดภัยด้านเครือข่าย (NETSEC : Network Security)

องค์ประกอบของความปลอดภัยข้อมูล
  • ความลับ (Confidentiality)
  • ความคงสภาพ (Integrity)
    • ข้อมูลไม่ได้ถูกแก้ไขจากเดิม
    • ความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา
  • ความพร้อมใช้งาน (Available)

คุณสมบัติการรักษาความปลอดภัย

  • ความเป็นส่วนบุคคล (Privacy)
  • การระบุตัวตน (Identification)
  • การพิสูจน์ทราบตัวตน (Authentication)
  • การอนุญาตใช้งาน (Authorization)
  • การตรวจสอบได้ (Accountability)


กระบวนการรักษาความปลอดภัย

  • การประเมิณความเสี่ยง
  • การกำหนดนโยบาย
  • การติดตั้งระบบป้องกัน
  • การฝึกอบรม
  • การตรวจสอบ
    • การตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย
    • การประเมิณโครงการใหม่
    • การทดลองเจาะระบบ


กระบวนการรักษาความปลอดภัย

  • กำหนดขอบเขต
  • เก็บรวบรวมข้อมูล
  • วิเคราะห์นโยบายและระเบียบปฏิบัติ
  • วิเคราะห์ภัยคุกคาม
  • วิเคราะห์จุดอ่อนหรือช่องโหว่
  • วิเคราะห์ความเสี่ยง


ภัยคุกคาม

  • ผู้โจมตี (Attacker)
    • Hacker
    • Cracker

ประเภทของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับข้อมูล
  • การเปิดเผย (การนำข้อมูลส่วนตัวมาเปิดเผย)
  • การหลอกลวง (การหลอกลวงให้เหยื่อบอกข้อมูลส่วนตัว)
  • การขัดขวาง (การขัดขวางการทำงานของระบบ)
  • การควบคุม (การเข้ามาควบคุมข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต)


ประเภทการโจมตี
  • การโจมตีแบบซ่อนเร้น (Passive)
    • การสอดแนม (Snooping)
  • การโจมตีแบบเผชิญหน้า (Active)
    • การเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Modification)
    • การหลอกลวง (Deception)
    • ปฏิเสธการให้บริการ (Denial Of Service หรือ Flooding)
  • การโจมตีแบบผสม
    • การปลอมตัว (Spoofing)
    • Man in the Middle (MitM)

การพิสูจน์ทราบตัวตนแบบ Biometric
  • ลักษณะทางกายภาพ (Physiological Biometrics)
    • ลายนิ้วมือ Fingerprint
    • ลักษณะใบหน้า Facial Recognition
    • ลักษณะของมือ Hand Geometry
    • ลักษณะของนิ้วมือ Finger Geometry
    • ลักษณะใบหู Ear Shape
    • Iris และ Retina ภายในดวงตา
    • กลิ่น Human Scent
  • ลักษณะทางพฤติกรรม  (Behavioura  Biometrics)
    • การพิมพ์ Keystroke Dynamics
    • การเดิน Gait Recognition
    • เสียง Voice Recognition
    • การเซ็นชื่อ Signature

การตรวจสอบผู้ใช้ (Authentication)

  • Open System Authentication คือ การตรวจสอบแบบนี้จะไม่ตรวจสอบรหัสลับจากผู้ใช้ เป็นการอนุญาตให้ผู้ใช้ใดๆ ก็ได้สามารถเข้ามารับส่งสัญญาณในเครือข่าย


กำลังปรับปรุงแก้ไข

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

คอมพิวเตอร์ (Computer)

คอมพิวเตอร์คืออะไร
    คอมพิวเตอร์ คือ เป็นเครื่องคำนวณที่มีส่วนประกอบเป็นเครื่องกลไกและเครื่องไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แบบสั่งการได้ที่ออกแบบมาเพื่อดำเนินการโดยใช้วิธีทางคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์สามารถแก้ปัญหาได้มากมาย และสามารถที่จะทำงานตามสิ่งที่มนุษย์ต้องการได้อย่างหลากหลาย

คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร
    คอมพิวเตอร์ คือ เครื่องอิเลคโทรนิค ที่สามารถรับเอาข้อมูลและคำสั่ง เข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจำ และสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผลตามคำสั่ง ต่อเนื่องกันไป แล้วแสดงผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบต่างๆ
INPUT > PROCESSING BY COMPUTER > OUTPUT

คำว่าคอมพิวเตอร์มีต้นกำเนิดจากอะไร
    Computer มาจากรากศัพท์ว่า Computare ซึ่งมีความหมายว่า การนับ หรือ การคำนวณ แต่ในปัจจุบัน Computer จะหมายความถึงอุปกรณ์ หรือ เครื่องมือที่สามารถทำงานต่างๆ แทนมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว

บทบาทของคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน
  • คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
    • ระบบCAI (Computer Aided Instruction)
  • คอมพิวเตอร์กับงานธุรกิจ
  • คอมพิวเตอร์กับอุตสาหกรรม
    • ระบบCAD (Computer Aided Design)
    • ระบบCAM (Computer Aided Manufacturing)
  • คอมพิวเตอร์กับงานธนาคาร
    • ระบบฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM : Automatic Teller Machine)
  • คอมพิวเตอร์กับการทหาร
    • เครื่องบินรบ
    • เรือรบ
    • รถถัง
    • เครื่องบินไร้คนขับ UAV
  • คอมพิวเตอร์กับงานด้านการคมนาคม
  • คอมพิวเตอร์กับงานด้านบันเทิงและภาพยนตร์
  • คอมพิวเตอร์กับงานศิลปะ
  • คอมพิวเตอร์กับการแพทย์
  • คอมพิวเตอร์กับงานด้านวิทยาศาสตร์
  • คอมพิวเตอร์กับงานด้านอวกาศ

วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์
  • คอมพิวเตอร์ยุคแรก
    • เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศ ใช้กำลังไฟฟ้าสูงจึงมีปัญหาเรื่องความร้อน สั่งงานโดยใช้ภาษาเครื่อง คอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่โต เช่น MARK I, ENIAC, UNIVAC
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง
    • เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ สามารถสั่งงานโดยใช้ภาษาระดับสูงได้
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม
    • เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (IC : Integrated Circuit)
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่
    • เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก (VLSI : Very Large Scale Integration) เช่น Micro Processor
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า
    • เป็นการทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงและมีประสิทธภาพสูงขึ้น และทำให้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)
    • มีการเพิ่มคอร์ให้กับซีพียู
    • มีการนำ GPU มารวมกับ CPU เรียกว่า APU
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่หก
    • ควอนตัมคอมพิวเตอร์

ประเภทคอมพิวเตอร์ จำแนกตามกลไกการทำงาน
  • คอมพิวเตอร์แบบกลไก
    • กลไกธรรมดา
  • คอมพิวเตอร์แบบเครื่องไฟฟ้า
    • เครื่องจักรกลไฟฟ้า
    • เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์

ประเภทของคอมพิวเตอร์ จำแนกตามลักษณะของข้อมูลและวิธีการทำงานภายในเครื่องคอมพิวเตอร์
  • แอนะล็อกคอมพิวเตอร์ (Analog Computer) : เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษใช้กับงานเฉพาะอย่างการทำงานใช้หลักการวัดข้อมูลที่ป้อนเข้าไป ต้องเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าที่มีค่าต่อเนื่อง ซึ่งค่าสัญญาณไฟฟ้าอาจแทนอุณหภูมิ ความเร็วหรือความดัน การรับข้อมูลจะรับจากแหล่งที่เกิดโดยตรงแล้วแสดงผลลัพธ์ออกมาทางจอภาพ หรืออ่านค่าได้จากเครื่องวัดความละเอียดถูกต้องในการคำนวณด้อยกว่าดิจิตอลคอมพิวเตอร์ เพราะไม่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากเหมือนกับดิจิตอล เครื่องคอมพิวเตอร์พวกนี้ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตรวจสภาพอากาศและเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในวงการแพทย์  เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตรวจวัดสายตา เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตรวจคลื่นสมอง เป็นต้น
  • ดิจิทัลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer) :  เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน โดยใช้หลักการนับข้อมูลที่ป้อนเข้าไปต้องเป็นตัวเลขและให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นตัวเลขดิจิตอลคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ เป็นมาตรฐานเดียวกัน ใช้กับงานได้หลายประเภท มีความละเอียดถูกต้องในการคำนวณมากกว่าอนาลอกคอมพิวเตอร์ สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากจึงต้องใช้สื่อในการเก็บข้อมูล  เช่น งานบัญชี งานงบประมาณ งานคำนวณเปรียบเทียบหรือหาค่าต่างๆ ทางสถิติ เป็นต้น
  • แบบผสม (Hybrid Computer) : เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับงานเฉพาะอย่าง การทำงานจะใช้เทคนิคของอนาลอกควบคมการหมุนของตัวยานอวกาศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกดดันอากาศ อุณหภูมิ ความเร็วจะต้องใช้เทคนิคของดิจิตอลในการคำนวณระยะทางเป็นต้น
  • ควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computer)  : เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลักการทางฟิสิกส์ควอนตัมในการสร้าง ตามปกติ bit ใน digital computer จะมีค่าได้แค่ 0 กับ 1 แต่ qbit ใน quantum computer สามารถมี 0 , 1 และเป็นได้ทั้ง 0 และ 1

ประเภทคอมพิวเตอร์แบ่งโดยใช้การวางลงบนพื้นที่ต่างๆ
  • Dimensiontop วางไว้ต่างมิติ
  • Spacetop วางบนอวกาศ
  • Airtop ลอยบนอากาศ
  • Seatop วางบนน้ำหรือทะเล
  • Groundtop วางบนพื้น
  • Desktop วางบนโต๊ะ
  • Laptop วางบนตัก
  • Wristtop วางบนข้อมือ
  • Handtop วางบนมือ
  • Facetop วางบนตาหรือใบหน้า

ประเภทของคอมพิวเตอร์ จำแนกตามขนาดและประสิทธิภาพ
  • คอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้าน
    • ควันตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computer)
    • สุดยอดคอมพิวเตอร์ (Super Computer)
  • คอมพิวเตอร์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
    • คอมพิวเตอร์ระดับกลาง (Mainframe Computer)
  • คอมพิวเตอร์สำหรับองค์กรขนาดกลาง
    • คอมพิวเตอร์ระดับเล็ก (Mini Computer, Mid-Range Computer , Midsize Computer)
  • คอมพิวเตอร์สำหรับองค์กรขนาดเล็ก
    • คอมพิวเตอร์สำหรับประกอบอาชีพ (Work Station Computer)
  • คอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
    • คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก (Micro Computer) หรือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC : Personal Computer)
      • คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop Computer)
      • อออินวันพีซี (All-in-one PC)
      • คอมพิวเตอร์ขนาดสุดบันทึก (Notebook Computer) หรือ คอมพิวเตอร์วางตัก (Laptop Computer)
      • คอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือ (Palmtop Computer)
      • คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (Tablet Computer)
      • คอมพิวเตอร์มือถือ (Hand-Held Computer)
      • คอมพิวเตอร์ขนาดกระเป๋าเสื้อ (Pocket PC)

ประเภทคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Notebook หรือ Laptop)
  • ประเภทของโน้ตบุ๊กแบ่งกลุ่มตามขนาด
    • โน้ตบุ๊กขนาดใหญ่ เน้นประสิทธิภาพในการใช้งานเฉพาะด้าน
      • Desktop Replacement
    • โน้ตบุ๊กขนาดกลาง เน้นความคล่องตัวในการใช้งานทั่วไป
      • Ultra-Thin
    • โน้ตบุ๊กขนาดเล็ก เน้นประหยัดพลังงานเพื่อพกพาไปใช้งานนอกสถานที่
      • Sub-Notebook
      • Netbook
      • Mini-Notebook
  • ประเภทของโน้ตบุ๊กแบ่งกลุ่มตามคุณสมบัติและการนำไปใช้งาน
    • โน้ตบุ๊กแบบระบบสัมผัสหน้าจอ (Tablet PC)
      • แบบหมุนจอได้ (Convertibles)
      • แบบกระดานเรียบ (Slates)
      • แบบหน้าจอคู่ (Booklets)
      • แบบลูกผสม (Hybrids)
    • โน้ตบุ๊กแบบบางเบาพิเศษ (Ultra-thin Notebook)
    • โน้ตบุ๊กแบบจิ๋วเพื่อการพกพา (Netbook หรือ Mini-Notebook)
    • โน้ตบุ๊กแบบทนทานสำหรับงานหนัก (Rugged Notebook)

ประเภทของคอมพิวเตอร์ แบ่งตามหน้าที่ในเครือข่าย

  • คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server Computer)
    • Micro Server
    • Rack Server
    • Tower Server
    • Blade Server
  • คอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client Computer)

ประเภทคอมพิวเตอร์ จำแนกตามผู้ประกอบ
  • Computer Band Name คอมพิวเตอร์ที่ประกอบในโรงงานผลิต
  • Computer Shop Made คอมพิวเตอร์ที่ประกอบโดยร้านขายคอมพิวเตอร์
  • Computer Home Made คอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วยตนเอง

ประเภทของคอมพิวเตอร์แบ่งตามราคา
  • High Cost Computer
  • Medium Cost Computer
  • Low Cost Computer

ประเภทของคอมพิวเตอร์แบ่งตามประสิทธิภาพ
  • High End Computer
  • Medium End Computer
  • Low End Computer

ภาพรวมของระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System Overview)
  • อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)
  • ชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ (Software)
  • บุคลากร (Peopleware)
  • กระบวนการทำงาน (Procedure)
  • ข้อมูล (Data)

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
  • หน่วยประมวลผล (Processor, Processing Unit, Central Processing Unit)
  • หน่วยความจำ (Memory)
    • หน่วยความจำหลัก (Main Memory, Primary Memory)
      • ROM (Read Only Memory)
      • RAM (Random Access Memory)
    • หน่วยความจำสำรอง (Secondary Storage)
    • หน่วยความจำแบบแคช (Cache Memory)
    • หน่วยความจำบัพเฟอร์ (Buffer Memory)
  • หน่วยนำเข้า (Input Unit)
  • หน่วยแสดงผล (Output Unit)
  • อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ (Peripheral Equipment)

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์แบ่งตามการมองเห็น
  • ส่วนประกอบที่อยู่ภายนอก
    • ตัวเครื่อง (Case)
    • จอภาพ (Monitor)
    • ดิสก์ไดรฟ์ออปติคอล (Optical Disk Drive)
      • เครื่องอ่านแผ่นซีดี (CD-ROM Drive)
      • เครื่องอ่านแผ่นดีวีดี (DVD-ROM Drive)
    • Magnetic Disk Drive
      • Floppy Disk Drive
    • เม้าส์ (Mouse)
    • แป้นพิมพ์ (Keyboard)
    • ลำโพง (Speaker)
    • Modem (Modulate and Demodulate)
      • External Modem
      • ADSL Modem
  • ส่วนประกอบที่อยู่ภายใน
    • หน่วยจ่ายไฟ (PSU : Power Supply Unit)
    • แผงวงจรหลัก (Mainboard)
    • Magnetic Disk Drive
      • Harddisk
    • RAM (Random Access Memory)
    • Modem (Modulate and Demodulate)
      • Modem Card หรือ Internal Modem
    • การ์ดเสียง Sound Card
    • การ์ดแสดงผล Graphic Card
    • พัดลมระบายความร้อน (Fan)
    • หน่วยประมวลผลกลาง (CPU : Central Processing Unit)
    • Heat Silk

Centralized Computing & Virtualization
  • Desktop Virtualization
    • Dumb Terminal, Dump Terminal
  • Cloud Client
    • Mini PC
    • Thin Client
    • Zero Client
      • Cloud Client Firmware
      • Steaming Technology
    • Cloud PC
    • PXE (Pre-Boot Execute Environment) (PXE อ่านว่า พิกซี่ Pixie)