แปลภาษา (Translate)

โฆษณาของyengo

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พลังจิต (Psychic Power หรือ Power Of Mind)

การค้นพบพลังจิต
มนุษย์เรานั้นค้นพบ "พลังจิต" หรือ "อำนาจจิต" มาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาลแล้ว จนกระทั่งในปลายศตวรรษที่ 19 ก็ได้มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง และค่อยๆ มีความเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยวิชาจิตศาสตร์สาขาที่ศึกษาเกี่ยวกับพลังจิตนี้มีชื่อว่า "พาราไซโคโลจี (Parapsychology)"

สมาคมคนพลังจิต
ปี 1882 มีการก่อตั้งสมาคมเอสพีอาร์ (Society for Psychical Research) ขึ้นในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยสมาคมนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับอำนาจจิตโดยเฉพาะ และมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติมากมาย รวมทั้งซิกมันด์ฟรอยด์ ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาชื่อดังด้วย

การศึกษาพลังจิต
ปี 1911 มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกาถือเป็นสถาบันทางการศึกษาแห่งแรกที่ได้นำพลังจิตมาทำการทดลองและศึกษาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ

ผู้นำด้านพลังจิต
หนึ่งในประเทศที่มีการทดลองเกี่ยวกับพลังจิตอย่างจริงจังที่สุดก็คือประเทศรัสเซีย โดยการทดลองส่วนมากนั้นเป็นการทดลองเพื่อนำพลังจิตไปใช้ในการทหารเป็นหลัก นอกจากนั้นก็ยังมีประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนอีกด้วย

ประเภทของพลังจิต
พลังจิตแบ่งได้กว้างๆ เป็น 2 ประเภท คืออีเอสพี (ESP) และพีเค (PK) โดยอีเอสพีคือประสาทสัมผัสพิเศษที่เหนือกว่าตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง และพีเคคือความสามารถในการขยับหรือเคลื่อนวัตถุโดยไม่ต้องใช้การสัมผัส

พลังจิตอีเอสพี
พลังจิตอีเอสพี (ESP) ย่อมาจาก Extra Sensory Perception แปลตรงตัวคือ "ประสาทสัมผัสรับรู้พิเศษ" บางคนก็เรียกอีเอสพีว่าเป็น "ประสาทสัมผัสที่หก" (คืออยู่เหนือประสาทสัมผัสทั้งห้าซึ่งได้แก่ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง) ผู้มีพลังจิตอีเอสพีจะสามารถเห็นภาพหรือได้ยินเสียงที่อยู่ไกลๆ หรืออาจล่วงรู้เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตหรืออาจจะมีพลังอ่านใจผู้อื่นได้ เป็นต้น

พลังจิตพีเค
พลังจิตพีเค (PK) ย่อมาจาก Psychokinesis เป็นพลังจิตประเภทขยับวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัส นั่นแปลว่าผู้มีพลังจิตพีเคสามารถยก ขยับ เลื่อน หรืองอสิ่งของรอบตัวได้โดยใช้แต่พลังจิตอย่างเดียว

พลังจิตกับการทหาร
ทหารที่ถูกทำการทดลองนายหนึ่งสามารถมองเห็นฐานทัพของศัตรูได้แม้จะถูกปิดตาและนั่งอยู่ในห้องปิดทึบซึ่งอยู่ห่างจากฐานทัพศัตรูไปหลายพันกิโลเมตร นอกจากการนำพลังจิตมาใช้ในภารกิจสอดแนมแล้วรัฐบาลของหลายประเทศในยุคสงครามเย็นยังพยายามที่จะพัฒนานักรบพลังจิตซึ่งสามารถสังหารผู้นำฝ่ายศัตรูด้วยกระแสจิตได้อีกด้วย

พลังจิตทายของทางไกล
นักพลังจิตชาวรัสเซียคือคาร์ล นิโคลิเยฟ เคยถูกทำการทดลองยาวนานถึง 4 วัน 4 คืน โดยให้นั่งอยู่ในห้องปิดทึบที่ไซบีเรีย และให้ผู้ช่วยทำการทดลองอีกคนนั่งอยู่ที่ห้องปิดทึบในกรุงมอสโก ผู้ช่วยทำการทดลองจะหยิบวัตถุขึ้นมาทีละชิ้น แล้วคาร์ล นิโคลิเยฟก็ต้องทายว่าวัตถุที่หยิบขึ้นมาแต่ละชิ้นคืออะไร ผลการทดลองคือคาร์ล นิโคลิเยฟสามารถทายถูกทั้งหมด แม้เขาและผู้ช่วยทำการทดลองจะอยู่ห่างกันถึงกว่า 3,000 กิโลเมตรก็ตาม
นักจิตศาสตร์เคยเชื่อว่าพลังจิตนั้นคือคลื่นไฟฟ้าที่สมองผลิตออกมา แต่แล้วนักวิทยาศาสตร์ก็ได้เชิญคาร์ล นิโคลิเยฟไปทำการทดลองแบบเดิมอีกครั้งที่เมืองเลนินกราด คราวนี้นิโคลิเยฟต้องนั่งอยู่ในห้องปิดทึบที่มีฉนวนกั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วย ผลการทดลองคือคาร์ล นิโคลิเยฟยังสามารถทายวัตถุได้ถูกต้องทั้งหมดเช่นเดิม นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปว่าพลังจิตนั้นไม่ใช่คลื่นไฟฟ้าที่สมองผลิตออกมาแต่อย่างใด

การทำให้วัตถุเคลื่อนที่
พลังจิตพีเคหรือไซโคคิเนซิสนั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเทเลคิเนซิส (Telekinesis) โดยคำว่า "Tele" มีความหมายว่า "ทางไกล" ส่วน "Kinesis" มีความหมายว่า "การเคลื่อนที่" เมื่อรวมกันแล้ว "เทเลคิเนซิส" จึงมีความหมายว่า "การทำให้วัตถุเคลื่อนไหวจากระยะไกล" นั่นเอง
นอกจากการขยับวัตถุแล้ว พลังจิตพีเคยังรวมถึงความสามารถในการบังคับเครื่องสุ่มตัวเลขให้ออกหมายเลขที่มนุษย์พลังจิตกำหนดไว้อีกด้วย พูดง่ายๆ ก็คือมนุษย์พลังจิตพีเคสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ลูกเต๋าที่ทอยออกไปนั้นออกเลขอะไร

หญิงสาวผู้ทำให้ของลอยได้
มีรายงานว่าหญิงชาวรัสเซียคนหนึ่งชื่อเนลยามิคาอิลโลวาสามารถเพ่งจิตให้วัตถุเล็กๆ เช่น แว่นตา กระดาษ ขนมปัง ฯลฯ ลอยได้ และเวลาที่เธอโกรธสิ่งของรอบตัวเธออย่างเช่นแก้วน้ำ จาน ชาม หรือเครื่องใช้ในบ้านจะสั่นสะเทือนไปตามๆ กัน
นักวิทยาศาสร์เคยทำการทดลองกับเนลยามิคาอิลโลวาโดยติดเครื่องวัดสนามพลังงานทางชีวภาพและเครื่องวัดการทำงานของหัวใจเอาไว้กับตัวเธอ แล้วให้เธอเพ่งจิตขยับวัตถุที่ถูกฝาแก้วใสครอบไว้อย่างมิดชิด ปรากฏว่าในขณะที่ใช้พลังจิต หัวใจของเธอเต้นเร็วถึง 240 ครั้ง/นาที ซึ่งนี่เป็นสาเหตุที่เธอจะรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียทุกครั้งหลังการใช้พลังจิตพีเค

มนุษย์พลังจิต
ยูริ เกลเลอร์เป็นมนุษย์พลังจิตผู้โด่งดังที่สุดในปลายศตวรรษที่ 20 โดยเขาสามารถอ่านความคิดของคนรอบข้างได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และสามารถเพ่งจิตให้ช้อนงอได้โดยไม่ต้องสัมผัส ในการสาธิตพลังจิตทางโทรทัศน์ครั้งหนึ่ง ผู้ชมจำนวนมากได้โทรศัพท์ไปที่สถานีโทรทัศน์ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดยูริ เกลเลอร์อยู่และรายงานว่าพลังจิตของยูริ เกลเลอร์ได้ทำให้ช้อนส้อมที่บ้านของพวกเขางอตามไปด้วย
ปี 1972 ยูริ เกลเลอร์ใช้พลังจิตงอโลหะผสมพิเศษที่เรียกว่า "นิติโนล (Nitinol)" ซึ่งนิติโนลนี้เป็นโลหะผสมที่มี "ความจำ" คือเมื่อถูกบิดหรืองอด้วยแรงภายนอกจนเสียรูปแล้ว หากนำไปอบในเครื่องให้ความร้อนชนิดพิเศษ โลหะนิติโนลจะคืนรูปเดิม แต่ผลการทดลองปรากฏว่าโลหะที่ถูกบิดงอด้วยพลังจิตนั้นไม่สามารถกลับคืนรูปเดิมได้ คล้ายกับว่าไม่ได้ถูกบิดงอด้วยแรงภายนอก หากแต่การบิดงอนั้นเกิดขึ้นในระดับโมเลกุลของเนื้อโลหะเลย
ยูริ เกลเลอร์เคยกล่าวเอาไว้ว่าพลังจิตในตัวเขานั้นเป็นพลังงานภายนอกที่ถูกถ่ายทอดเข้ามาในตัวตั้งแต่ตอนเขาเด็กๆ โดยเมื่อประมาณ 3 ขวบยูริ เกลเลอร์ได้ออกไปเดินเล่นที่หลังบ้าน แล้วเขารู้สึกว่าอากาศรอบตัวมีการสั่นสะเทือน พร้อมกับมีแสงสว่างวาบขึ้นหลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็สามารถควบคุมพลังงานที่อยู่รอบตัวได้ นอกจากการบิดงอโลหะแล้ว ยูริ เกลเลอร์ยังสามารถส่งพลังงานให้นาฬิกาที่เสียแล้วกลับมาเดินได้อีกครั้งด้วย
เดือนเมษายน ปี 1976 หนังสือพิมพ์อิตาลีฉบับหนึ่งรายงานว่ามีการค้นพบมนุษย์พลังจิตพีเคอีกคนหนึ่งซึ่งมีความสามารถพิเศษเช่นเดียวกับ ยูริ เกลเลอร์ มนุษย์พลังจิตคนนี้เป็นเด็กอายุ 14 ปี มีชื่อว่าออร์แลงโด บรากันเต เด็กหนุ่มคนนี้ได้ให้สัมภาษณ์เช่นเดียวกับยูริ เกลเลอร์ว่าพลังจิตของเขานั้นเป็นสิ่งที่ได้รับมอบมาจากมิติอื่น
ในบรรดาการสาธิตพลังจิตของยูริ เกลเลอร์ครั้งแล้วครั้งเล่านั้น ได้มีนักวิทยาศาสตร์ นักจิตวิทยา นักสร้างภาพยนตร์ และนักมายากล ฯลฯ ทั้งกล้องถ่ายภาพยนตร์ความไวสูง ฟิล์มภาพยนตร์ชนิดพิเศษ เครื่องวัดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องวัดกัมมันตภาพรังสีมาจับผิดเขา แต่ในการสาธิตทั้งหลายนั้นก็ไม่มีใครพบกลลวงหรือเทคนิคมายากลใดๆ เลย

พลังจิตระดับโมเลกุล
ในการทดสอบนักพลังจิตหลายคน ผลการวัดทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่าวัตถุที่ถูกบิดงอด้วยพลังจิตนั้นไม่ได้บิดงอไปด้วยแรงกระทำจากภายนอก หากแต่บิดงอจากการที่อะตอมบางส่วนในเนื้อโลหะสลายไปทำให้เกิดแรงเค้นขึ้นในโมเลกุล เมื่อโครงสร้างโลหะทนแรงเค้นไม่ไหว โลหะก็จะบิดงอไป ซึ่งนี่เป็นการบิดงอจากภายในอย่างแท้จริง

พลังจิตกับสัตว์
สัตว์นั้นก็มีพลังจิตเช่นเดียวกับมนุษย์ ดังเช่นที่เมืองแห่งหนึ่งในประเทศชิลี เช้าวันหนึ่งเมื่อปี 1835 ชาวเมืองพากันตื่นตระหนกไปกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ฝูงนกทะเลต่างบินว่อนไปทั่วท้องฟ้าม้าและปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในเมืองเกิดพยศและอาละวาดพร้อมๆ กัน หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงก็ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งไหญ่ที่ถล่มเมืองแห่งนั้นจนราบคาบ ราวกับสัตว์เหล่านั้นสามารถรับรู้ถึงอันตรายได้ล่วงหน้า
นักจิตศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อคาร์ลิสโอซิสเคยทำการทดสอบพลังจิตระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงโดยจับแมวตัวหนึ่งใส่กล่องไม้รูปตัว T แล้ววางจานอาหารเอาไว้ที่ปลายทั้งสองข้าง ข้างละจาน โดยเจ้าของแมวจะต้องส่งกระแสจิตให้แมวที่อยู่ในกล่องไม้เลือกว่าจะเดินไปกินอาหารที่อยู่ทางซ้ายหรือทางขวา ผลปรากฏว่าสถิติที่ดีที่สุดคือเจ้าของแมวคนหนึ่งสามารถเพ่งกระแสจิตให้แมวเดินไปกินอาหารจานที่เลือกไไว้ได้ 119 ครั้งจาก 150 ครั้ง
นักละครสัตว์ชาวรัสเซียคนหนึ่งที่ชื่อ วลาดิมีร์ ดูรอฟ สามารถเพ่งกระแสจิตให้สุนัขของเขาทำตามคำสั่งได้โดยไม่ต้องพูดหรือส่งสัญญาณเลย วลาดิมีร์ ดูรอฟ เพียงแต่จับเจ้าสุนัขมาจ้องตาแล้วเพ่งกระแสจิตเข้าไปเท่านั้น แล้วสุนัขก็จะทำตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง
ว่ากันว่าหนูเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสที่หกดีเยียม นับแต่ยุคโบราณมา ในเมืองใดที่จะเกิดภัยพิบัติ เมืองนั้นจะเกิดปรากฏการณ์ประหลาดที่หนูทั้งหลายในเมืองจะวิ่งพล่านไปทั่ว จากนั้นก็จะพากันอพยพไปนอกเมือง
ในการทดลองครั้งหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ได้จับหนูมาไว้ในกรงที่มีทางออกสองทาง แล้วปล่อยให้หนูวิ่งหนีออกไป โดยในการวิ่งออกจากกรงแต่ละครั้งทางออกด้านใดด้านหนึ่งจะมีกระแสไฟฟ้าอ่ออนๆ ถ้าหนูไปเหยียบเข้า หนูจะถูกช็อต และการที่กระแสไฟฟ้าจะถูกปล่อยออกมาทางด้านใดในแต่ละครั้งนั้นก็เป็นไปอย่างสุ่ม ผลปรากฏว่าจากการทดลองทั้งหมดกว่า 600 ครั้ง หนูสามารถเลือกทางที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าได้ถึง 70%

คนสมัยก่อนมีพลังจิตกันทั้งนั้น
มีทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่ามนุษย์ยุคโบราณนั้นมีอวัยวะพิเศษที่ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องส่งสัญญาณโซนาร์ที่ช่วยให้เราสามารถรับรู้อันตรายที่กำลังใกล้เข้ามาได้ แต่พอโลกมีความเจริญก้าวหน้า มนุษย์ก็พึ่งพาความสามารถพิเศษนี้น้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งอวัยวะหรือความสามารถพิเศษนั้นก็หายไปตามทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาร์ลส์ ดาวิน ที่ว่าอวัยวะใดที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อวัยวะนั้นก็ค่อยๆ สูญหายไปในรุ่นลูกรุ่นหลาน

ไม้ง่ามตามหาของ
เดาซิง (Dowsing) คือการนำไม้รูปตัว Y มาถือตรงปลายสองข้าง จากนั้นก็เดินไปบนพื้นที่ว่างๆ ตำแหน่งใดมีน้ำหรือน้ำมันใต้ดิน ไม้เดาซิงนั้นจะขยับเป็นจังหวะไปเองโดยที่ผู้ถือไม่ได้บังคับ นอกจากการหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติหรือแหล่งน้ำมันแล้วบางคนก็นำไม้เดาซิงมาใช้หาของหาย โดยการถือไม้เดาซิงแล้วนึกภาพวัตถุสิ่งของที่ตัวเองทำหายเอาไว้ในใจ

ลางสังหรณ์กับพลังจิต
นักพลังจิตคนหนึ่งที่มีชื่อมิเกล คูนิเชื่อว่าโทรจิตนั้นเป็นระบบสื่อสารที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังจะเห็นได้จากเวลาที่เพื่อนหรือญาติซึ่งมีความผูกพันกับเรามากๆ กำลังเดือดร้อนหรือป่วยหนักบางครั้งเราก็สามารถรับรู้ได้เอง อาจจะด้วยลางสังหรณ์หรือจากในความฝันก็ได้

ความฝันกับพลังจิต
มีเรื่องเล่าว่าทหารเรือชาวรัสเซียนายหนึ่งล้มป่วยและไม่สามารถออกเดินทางไปกับเรือดำน้ำได้ต่อมาเขาก็ฝันเห็นตัวเองยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือดำน้ำ แล้วเรือก็ค่อยๆ จมลงไป เขาสำลักน้ำและรู้สึกอึดอัดราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง เมื่อตื่นมาเขาก็ได้รับข่าวว่าเพื่อนทหารเรือของเขาคนหนึ่งเสียชีวิตจากการติดอยู่ในส่วนดาดฟ้าเรือดำน้ำขณะที่เรือกำลังดำลงไปใต้น้ำ

พลังจิตอยู่ในตัวคุณ
นักชีวฟิสิกส์ชื่อยูริ คาเมนสกี ผู้ศึกษาเกี่ยวกับพลังจิตกล่าวว่าคนเราทุกคนล้วนแต่มีความสามารถในการรับ-ส่งกระแสจิตด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งเราสามารถฝึกฝนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของทักษะนี้ได้ และมนุษย์ยุคโบราณก็มีการใช้อำนาจจิตในการสื่อสารทั้งระหว่างคนกับคนและระหว่างคนกับสัตว์กันอย่างเชี่ยวชาญ
แต่ความสามารถนี้ได้หดหายไปในคนยุคปัจจุบัน

สะกดจิตทางไกล
อดีตสหภาพโซเวียตเคยทำการทดลองพลังจิตเพื่อนำมาใช้ในการทหาร โดยให้ผู้มีพลังจิตที่สามารถควบคุมจิตใจคนอื่นได้นั่งอยู่ในห้องทดลองที่เมืองเลนินกราด จากนั้นก็ให้เขาบังคับเป้าหมายซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2,000 กิโลเมตรให้ผล็อยหลับ ผลปรากฏว่าผู้มีพลังจิตซึ่งนั่งอยู่ที่เมืองเลนินกราดสามารถบังคับให้เป้าหมายหลับและตื่นได้ตามเวลาที่กำหนดไว้พอดีเป๊ะ

สมองส่วนควบคุมพลังจิต
มีการทดลองวัดคลื่นไฟฟ้าในสมองของผู้ที่ทำการฝึกฝนทางด้านโทรจิต ผลที่ได้คือเมื่อพยายามรับ-ส่งข้อมูลเป็นภาพ สมองส่วนซีรีบรัม (Cerebrum) จะมีการทำงานสูงเป็นพิเศษในตำแหน่งออกซิพิทอลโลบ (Occipital Lobe) ซึ่งเป็นส่วนที่รับสัญญาณภาพจากดวงตา และเมื่อพยายามรับ-ส่งข้อมูลเป็นคำพูดสมองส่วนซีรีบรัมจะมีการทำงานสูงเป็นพิเศษที่ตำแหน่งเทมโพรัลโลบ (Temporal Lobe) ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการได้ยินเสียง

การทดลองโทรจิตจากดวงจันทร์
สหรัฐอเมริกาเคยทำการทดลองการส่งโทรจิตจากอวกาศ โดยให้นักบินประจำยานอะพอลโล 14 ที่กำลังโคจรรอบดวงจันทร์ส่งภาพซึ่งปรากฏบนหน้าไพ่มาทางกระแสจิต แล้วให้นักพลังจิต 4 คน ที่อยู่บนโลกเป็นผู้รับสัญญาณ

โทรจิต
โทรจิต (Telepathy) คือการรับรู้ความคิดหรือความรู้สึกของบุคคลอื่นได้ในระยะไกล โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือสื่อสาร หรือเป็นความสามารถในการส่งกระแสความคิดให้บุคคลเป้าหมายที่อยู่ไกลๆ รับรู้ได้ โดยไม่ใช้อุปกรณ์สื่อสาร คำว่า "Tele" นั้นมีความหมายว่า "ทางไกล" ส่วนคำว่า "Pathy" หมายถึง "จิต" หรือ "ความรู้สึกนึกคิด" เมื่อรวมกันจึงหมายถึงการส่งความรู้สึกนึกคิดในระยะไกลนั่นเอง

ญาณหยั่งรู้อนาคต
ญาณหยั่งรู้อนาคต (Precognition) เป็นความสามารถในการมองเห็นหรือล่วงรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผู้มีญาณหยั่งรู้อนาคตบางคนเห็นภาพเหตุการณ์ล่วงหน้าเป็นภาพๆ บางคนเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว บางคนเห็นล่วงหน้าถึงอนาคตที่กำลังใกล้จะเกิด บางคนเห็นล่วงหน้าไปไกลหลายสิบหลายร้อยปีก็มี

ตาทิพย์
ตาทิพย์ (Clairvoyance) เป็นความสามารถในการมองเห็นทางจิต คือสามารถมองเห็นทางไกลและผ่านสิ่งปิดกั้นได้ และยังสามารถมองเห็นในสิ่งที่มนุษย์ธรรมดามองไม่เห็น อย่างเช่นผู้มีพลังจิตชนิดนี้สามารถมองดูร่างกายผู้ป่วยที่สวมเสื้อผ้ามิดชิดและบอกได้ทันทีว่ามีเนื้องอกอยู่ที่อวัยวะใด หรือทหารคนหนึ่งสามารถมองเห็นภาพฐานทัพของศัตรูซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร

ญาณสัมผัส
ญาณสัมผัส(Psychometry) เป็นญาณหยั่งรู้ที่เกิดจากการสัมผัสวัตถุ โดยเมื่อสัมผัสแล้วจะสามารถอ่านความคิดที่ยังตกค้างอยู่ในวัตถุนั้นได้ มีการทดลองพลังจิตครั้งหนึ่งโดยให้ผู้มีพลังจิตไซโคเมทรีทำการสัมผัสมีดเล่มต่างๆ แล้วบอกว่ามีดแต่ละเล่มนั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไร ผลก็คือผู้มีพลังจิตไซโคเมทรีสามารถบอกได้อย่างถูกต้องแม่นยำว่ามีดเล่มใดเป็นของใคร หรือถูกนำไปใช้ทำอะไรมาก่อน

การอ่านรังสีออร่า
การอ่านรังสีออร่า (Aura Reading) ชื่อกันว่ามนุษย์ (รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ) จะมีรังสีแห่งพลังงานที่เปล่งออกมารอบกาย รังสีนั้นจะเข้มจะอ่อนหรือจะเป็นสีอะไรก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพและบุคลิกของคนคนนั้น ผู้มีพลังจิตบางคนสามารถมองเห็นรังสีออร่าของคนอื่นได้ ทำให้สามารถทำนายเรื่องสุขภาพและบุคลิกภาพของบุคคลนั้นได้อย่างแม่นยำ

การปรากฏตัวสองที่ในเวลาเดียวกัน
การปรากฏตัวสองที่ในเวลาเดียวกัน (Bilocation) คือการที่คนเราสามารถปรากฏตัวสองที่ได้ในเวลาเดียวกัน เคยมีบันทึกเกี่ยวกับนักบวชรูปหนึ่งว่า ก่อนทำการเทศน์ที่โบสถ์แห่งหนึ่ง ท่านได้ทำสมาธิเข้าภวังค์ไปเป็นเวลากว่า 10 นาที หลังจากนั้นจึงเริ่มการเทศน์ตามปกติ ต่อมาชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็งุนงงไปตามๆกัน เพราะมีชาวบ้านอีกหมู่บ้านหนึ่งยืนยันว่าในเวลาเดียวกันนั้น นักบวชท่านนั้นก็กำลังเทศน์ให้พวกเขาฟังอยู่เช่นกัน

การเป็นสื่อกลางพลังงานลึกลับ
การเป็นสื่อให้พลังงานจากมิติอื่น (Mediumship) คือการที่นักพลังจิตทำตัวเป็นสื่อกลางให้พลังงานจากมิติอื่นหรือวิญญาณเผยตัวตนผ่านทางร่างกายของนักพลังจิต ในประเทศแถบเอเชียเรียกการใช้พลังจิตชนิดนี้ว่า "การเข้าทรง" ซึ่งเป็นการเชิญดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วให้มาพูดคุยกับญาติพี่น้องผ่านทางคนทรง

การบิน
การบิน (Transvection) ถือเป็นพลังจิตพีเคประเภทหนึ่ง เป็นการใช้พลังจิตบังคับให้ร่างกายของตนลอยเหนือพื้นดิน เคยมีรายงานถึงอภินิหารของนักบวชชาวอิตาลีในศตวรรษที่ 17 ผู้มีนามว่าโจเซฟสามารถลอยตัวเหนือพื้นดินได้ พระรูปนี้เคยทำการสาธิตต่อหน้าคณะกรรมการไต่สวนที่ประเทศเนปาลโดยการบินขึ้นไปลอยตัวอยู่เหนือเปลวเทียนนานถึง 2 นาทีเต็ม

การรักษาด้วยพลังจิต
การรักษาด้วยพลังจิต (Energy Healing) นักพลังจิตบางคนมีพลังในการรักษาโรคหรืออาการบาดเจ็บทางร่างกายด้วยการปรับกระแสพลังงานในตัวคนเจ็บผ่านการสัมผัสธรรมดาๆ อย่างเช่นการใช้มือแตะ นักพลังจิตประเภทนี้กล่าวว่าเขาได้เหนี่ยวนำพลังงานจากภายนอกซึ่งเป็นพลังงานบริสุทธิ์เข้าไปช่วยรักษาอาการป่วยหรืออาการบาดเจ็บของผู้ที่มารับการรักษา

การฝึกพลังจิตด้วยตนเอง
วิธีฝึกการรับ-ส่งโทรจิตแบบง่ายๆ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักปรจิตวิทยาคือการให้เราจับคู่กับเพื่อนคนหนึ่ง แล้วให้เพื่อนนึกถึงเลข 0-9 ไว้ในใจ โดยจะนึกเป็นภาพหรือเสียง หรือจะนึกเป็นทั้งภาพทั้งเสียงพร้อมกันก็ได้ จากนั้นก็ให้เราทำใจให้สบายแล้วพูดเลขที่ปรากฏขึ้นในใจออกมา หากเรากับเพื่อนสามารถทำใจให้สงบและมีสมาธิมากพอ อัตราการทายถูกก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็ให้ลองเปลี่ยนคู่หูหรือเปลี่ยนจากการทายตัวเลขไปเป็นการทายตัวอักษรก็ได้

ทายไพ่ทดสอบพลังจิต
ในการทดสอบโทรจิตนั้น โดยมากนักวิทยาศาสตร์จะใช้ไพ่ 5 ใบซึ่งมีสัญลักษณ์ต่างๆ กันปรากฏอยู่บนหน้าไพ่โดยจะให้ผู้ส่งโทรจิตเลือกไพ่ใบใดใบหนึ่งขึ้นมาในแต่ละครั้ง แล้วผู้รับก็ต้องทายว่าอีกฝ่ายเลือกไพ่ใบใดสัญลักษณ์บนหน้าไพ่ 5 ใบนั้นได้แก่ ดาว วงกลม เครื่องหมายบวก สี่เหลี่ยม และรูปคลื่น

บำเพ็ญตบะ = พลังจิต
ในประเทศทิเบตมีนักบวชกลุ่มหนึ่งทำการฝึกฝนตบะ โดยนักบวชจะต้องขึ้นไปนั่งสมาธิเปลือยกายอยู่บนภูเขาสูงท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ จากนั้นให้คนนำผ้าห่มชุบน้ำเย็นมาห่มตัว นักบวชคนนั้นจะทำการสวดมนต์พร้อมกับนั่งเขย่าตัว ผลจากการฝึกตบะนี้จะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจนทำให้ผ้าเปียกน้ำนั้นแห้งสนิท ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าอำนาจจิตสามารถผลักดันร่างกายมนุษย์ให้ทำสิ่งเหลือเชื่อได้

ความมุ่งมัน = พลังจิต
การศึกษาเกี่ยวกับ "พลังจิต" นั้นมีความกว้างขวางและในบางประเด็นก็ยังคลุมเครืออยู่มาก นับแต่อดีตมานักวิทยาศาสตร์ได้เคยเจอกับนักพลังจิตตัวจริงและนักพลังจิตตัวปลอมมาเป็นจำนวนมากพอๆกัน แต่พลังจิตนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวเราจริงอย่างแน่นอนดังเช่นที่เราจะเห็นว่าหากเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจทำสิ่งใดโดยปราศจากความลังเลแล้วล่ะก็ เรามักจะทำสิ่งนั้นได้สำเร็จในที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

วิธีตามหาโทรศัพท์หาย

วิธีตามหาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ samsung ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
การที่จะตามหาโทรศัพท์มือถือได้ขั้นแรกต้องทำการ ตั้งค่ามือถือก่อน
1. ทำการเปิดใช้งานตำแหน่ง
2. ทำการเปิดใช้งาน ข้อมูลมือถือ
3. ทำการสมัคร samsung account และล็อคอินไว้ในมือถือ
4. ทำการสมัคร google account และล็อคอินไว้ในมือถือ
5. ไปที่ การตั้งค่า Google > ตำแหน่ง > ทำการเปิดใช้งาน
6. ทำการตั้งรหัสผ่านมือถือ เพื่อให้คนที่ขโมยเสียเวลาสุ่มรหัสเพื่อดูข้อมูลในมือถือของเรา
แต่ถ้าเขารีเซ็ตคืนค่าโรงงานเราก็ยังมีหมายเลย imei ของโทรศัพท์เพื่อนำไปแจ้งความกับตำรวจ ส่วนหมายเลข imei จะอยู่ที่กล่องมือถือที่เราซื้อ อยู่ด้านในมือถือ ตอนถอดเบตลองสังเกตดูครับ หรือกด *#06# ก็สามารถดูได้เช่นกัน แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าหัวขโมยเขาใช้โปรแกรม SAMSUNG Professional Tool นี้เปลี่ยนหมายเลข IMEI ได้จริงคงลำบากอีก ถ้าทำได้ตำรวจคงตามหามือถือเราได้ยาก แต่ถ้าโปรแกรมนี้ใช้ไม่ได้จริง อาจจะทำให้มือถือเสียไปเลยก็ได้
http://forum.gsmhosting.com/vbb/f452/samsung-galaxy-s5-g900f-unlock-support-note-spt-box-1811313/
เพราะฉะนั้นเราควรทำตำหนิด้านในมือถือที่เราใส่เบต เช่น นำสีขาวแต้มเอาไว้ หรือ ทำรอยข่วนเอาไว้

เมื่อทำครบถ้าโทรศัพท์หายเราสามารถตรวจสอบได้จากลิ้งนี้ได้เลย

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ระบบปฏิบัติการ (OS : Operating System)

ระบบปฏิบัติการ (OS : Operating System)

ประเภทของระบบปฏิบัติการ
Server Computer OS (Server Computer Operating System)
- Server OS
- Cloud OS

PC OS (Personal Computer Operating System)
- Desktop OS

Embedded OS (Embedded Operating System)
- Mobile OS
- Smart Phone OS
- MP3/Mp4 Player OS
- Web OS

Other
- TV OS (Television Operating System)
- Reciver OS
- ADSL Modem OS (Firmware)
- Microcontroller OS (OS for Mini Electronic Hardware)
- BIOS OS
- etc.


OS สามารถ Boot ผ่านอุปกรณ์ดังนี้ได้
- Flash Drive บูตผ่านพอร์ต USB
- Optical Disc Drive บูตผ่านพอร์ต USB, IDE, SATA
- Harddisk บูตผ่านพอร์ต USB, IDE, SATA, eSATA


BIOS OS
TUI BIOS OS (Text User Interface Basic Input Output System Operating System)

GUI BIOS OS (Graphic User Interface  Basic Input Output System)
- GUI UEFI BIOS
- Extensible Firmware Interface (EFI)


ลำดับการ Boot OS
- BIOS
- Boot Loader
- Partition
- OS, Format File System
- Driver
- Application Software
- Other